Toyota และ Subaru ทั้งสองแบรนด์ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่แทบจะเหมือนกันทุกประการ ทั้ง Toyota bZ4X และ Subaru Solterra ได้มีการใช้โครงสร้างพื้นฐานและ Hardware ร่วมกัน แตกต่างกันที่การปรับแต่งรูปลักษณ์เท่านั้น
ความร่วมมือนี้ยังคงดำเนินต่อไปกับรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดของทั้ง 2 ค่าย และตอนนี้มี Toyota C-HR และ Subaru Uncharted ซึ่งเป็นรถยนต์ฟาสต์แบ็กขนาดเล็กและมีสไตล์สุดเท่ห์ ขณะเดียวกัน Subaru Trailseeker โฉมปี 2026 มีพื้นฐานแบบ Toyota ผสานกลิ่นอาย Subaru ซึ่ง Toyota bZ Woodland และ Subaru Trailseeker ก็มาในรูปแบบคล้ายรถ wagon อีกด้วย
![]()
เป็นที่ทราบกันดีว่า Toyota เป็นผู้นำในด้านนี้ และ Subaru ก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับ Subaru Solterra เพราะรถ SUV ขนาดกะทัดรัดรุ่นนี้จะเป็นสินค้าเสริมที่เหมาะสมสำหรับทางแบรนด์ แต่สำหรับ Subaru Uncharted ที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหน้าเป็นมาตรฐานนั้น กลายเป็นสินค้าที่ไม่คล้อยน่าสนใจเท่าไหร่ในตลาดอเมริกา เพราะมันไม่สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของ Subaru แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่ตรงใจลูกค้า แต่ก็มีฟังก์ชันการใช้งาน และระบบขับขี่ที่เหมือน Toyota และในขณะเดียวกัน Subaru Trailseeker กลับดูลงตัวมากกว่า
![]()
![]()
รถยนต์สำหรับสายลุยป่า
รถคันนี้ดูเหมือนจะเป็นคันเดียวกัน ด้วยตัวถังที่ใช้ร่วมกัน โดยมีการออกแบบฟังก์ชันการใช้งานและรูปร่างที่มีความสอดคล้องกับรถยนต์ Toyota ในโฉมปัจจุบันเป็นอย่างมากและจะมีความแตกต่างกันในบางมุม โดยรูปลักษณ์ทั่วไปของ Subaru จะมีความต่างเพียงเล็กน้อย นั่นก็คือกันชนหน้า โดยด้านหน้าของ Subaru Trailseeker จะมีไฟหน้าแบบไฟ LED 6 ดวง ในขณะที่ Toyota bZ Woodland มีแถบไฟเป็นแบบปลายโค้ง ซึ่งแต่ละแบบก็เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้นๆ ด้านหลังของทั้ง 2 รุ่น มีแถบไฟ แต่รุ่น Trailseeker จะมีโลโก้ Subaru ที่ฝังอยู่ พร้อมพื้นผิวสะท้อนแสงที่ดูสวยงาม
Subaru Trailseeker กับ Toyota bZ Woodland
Subaru ที่ผลิตรถยนต์ในโรงงานของตนเอง มีขนาดภายนอกเหมือนกันทุกประการ ยกเว้น Subaru Trailseeker ที่ยาวขึ้น 0.6 นิ้ว เนื่องจากการออกแบบกันชน ทั้ง 2 รุ่น มีระยะห่างจากพื้น 8.5 นิ้ว
โดยทั้ง 2 รุ่น Subaru Trailseeker กับ Toyota bZ Woodland จะใช้ระบบขับเคลื่อนมาตรฐานที่ทรงพลัง คือระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบมอเตอร์คู่ 375 แรงม้า แบตเตอรี่แรงดันสูง 74.7 kWh ชาร์จไฟได้สูงสุด 150 kW ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง ทำให้ใช้เวลาชาร์จจาก 10-80 % ได้เร็วที่สุดประมาณ 28 นาที ทั้ง 2 รุ่น มีพอร์ต NACS แบบเดียวกับ Tesla ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่าย Supercharger ได้
ระยะทางการขับขี่โดยประมาณสูงถึง 281 ไมล์ (หรือประมาณราว ๆ 452 กิโลเมตร) สำหรับทั้ง 2 รุ่น เมื่อใช้ล้อขนาด 18 นิ้ว
-Subaru Trailseeker จะได้ระยะทาง 274 ไมล์ (หรือประมาณราว ๆ 441 กิโลเมตร) ในรุ่น Limited และรุ่น Touring เนื่องจากไม่มีล้อขนาด 20 นิ้ว ในขณะที่
-Toyota bZ Woodland จะมีระยะทางการวิ่งเพียง 260 ไมล์ (หรือประมาณราว ๆ 418 กิโลเมตร) เมื่อสวมยางสำหรับทุกสภาพพื้นถนน ซึ่งไม่มีในรุ่น Subaru Trailseeker อย่างน้อยก็จนกว่าจะมีรุ่น Subaru Wilderness สำหรับการขับขี่แบบออฟโรดออกมาในอนาคต
![]()
![]()
การออกแบบภายในห้องโดยสารของทั้ง 2 รุ่น
ความแตกต่างส่วนใหญ่อยู่ที่วัสดุหุ้มเบาะ แต่เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Subaru รุ่นอื่นๆ โดย
-Subaru Trailseeker จะมีพวงมาลัยทรงหกเหลี่ยม ในขณะที่
-Toyota bZ Woodland มีพวงมาลัยทรงกลมแบบดั้งเดิม ส่วนอื่นๆ นั้น มีจุดสัมผัสที่คุ้นเคยจาก Toyota เช่น ก้านไฟเลี้ยว หัวเกียร์ ปุ่มต่างๆ และที่จับประตู กระจายอยู่ทั่วแผงหน้าปัดของ Subaru
![]()
![]()
หน้าจอแสดงผลมาจากชิ้นส่วนอะไหล่ของ Toyota โดยตรง ได้แก่ จอแสดงผลมาตรวัดขนาด 9.0 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสขนาด 14.0 นิ้ว ซึ่งใช้ระบบอินเตอร์เฟซของ Toyota ไม่ใช่ระบบภายในของ Subaru รุ่นใหม่กว่าที่พบใน รุ่น Subaru Outback เมื่อปี 2026 อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ได้แก่ แท่นชาร์จไร้สายคู่ เบาะนั่งด้านหน้าแบบปรับความร้อนได้ ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร และระบบควบคุมอุณหภูมิแบบแยกโซนพร้อมปุ่มดิจิทัล ทั้ง 2 รุ่น ไม่มีช่องเก็บของในคอนโซลกลาง
![]()
นอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกของ Subaru ทั่วไปแล้วรุ่น Subaru Trailseeker ยังแตกต่างจาก Subaru รุ่นอื่นๆ ในด้านการขับขี่ด้วย เพราะมันทรงพลังและรวดเร็ว นี่ไม่ใช่รถสกู๊ตเตอร์ Subaru รุ่นเดียว แต่ Subaru Trailseeker มีความคล่องตัวที่ราบรื่นตามแบบฉบับของรถยนต์ไฟฟ้า มันให้ความรู้สึกรวดเร็วอย่างน่าพอใจ หากการเร่งความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงใน 4.4 วินาทีของ Subaru Trailseeker เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ในการทดสอบอิสระของผู้ทดสอบในอเมริกา มันจะเร็วกว่า WRX รุ่นปัจจุบันมาก
![]()
ความคิดเห็นของผู้ทดสอบในอเมริกา
รถยนต์ไฟฟ้าของ Subaru และ Toyota ยังคงขาดระบบขับขี่แบบใช้แป้นเหยียบเดียวอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นความสะดวกสบายที่รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมีให้ ต้องเหยียบแป้นเบรกเสมอเพื่อหยุดรถ แม้ว่าจะมีการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อสร้างระบบเบรกแบบสร้างพลังงานกลับคืนสี่ระดับที่ช่วยชะลอความเร็วของรถ ซึ่งสามารถเลือกได้ผ่านแป้นควบคุมบนพวงมาลัย และแทบไม่มีความแตกต่างระหว่างกัน อย่างน้อยระบบเบรกเองก็ให้ความรู้สึกเป็นเส้นตรงและเป็นธรรมชาติ
สิ่งที่ควรรู้
ทาง Subaru กล่าวว่าพวกเขาได้ปรับแต่งแชสซีส์ของตัวเองเพื่อให้ Subaru Trailseeker มีความรู้สึกในการขับขี่ที่แตกต่างจาก Toyota bZ Woodland และกล่าวเช่นเดียวกันกับรุ่น Subaru Solterra ซึ่งยังคงให้ความรู้สึกในการขับขี่คล้ายกับ Toyota bZ รุ่นปกติ อย่างไรก็ตาม Subaru Trailseeker ขับได้ดี: ขับง่ายและไม่ซับซ้อนสมกับเป็นรถครอสโอเวอร์ ด้วยพวงมาลัยนุ่มนวลแต่คาดเดาได้และแม่นยำ พวงมาลัยทรงหกเหลี่ยมให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติเมื่อจับ ด้วยระบบกันสะเทือนที่นุ่มนวลและจุดศูนย์ถ่วงต่ำ คุณภาพการขับขี่จึงรู้สึกนุ่มนวลและมั่นคง ให้การควบคุมที่สะดวกสบายและปลอดภัย แม้จะมีกำลังเครื่องยนต์ แต่ Subaru Trailseeker ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกสปอร์ต แต่ความมั่นคงนี้เป็นสิ่งที่ผู้ทดสอบรู้สึกประทับใจในระหว่างการขับขี่บนถนนคดเคี้ยวท่ามกลางฝนตกหนัก
พื้นถนนที่ทดสอบ
พื้นผิวลื่นยังคงพบเจอให้เห็นขณะที่ผู้ทดสอบเดินทางไปยังสนามทดสอบออฟโรดระยะสั้นที่ทาง Subaru จัดเตรียมไว้ เพื่อทำการทดสอบความสามารถในการขับขี่ของทั้ง 2 รุ่น คือ Trailseeker และ bZ Woodland พบว่ามันมีระบบจัดการแรงฉุดแบบออฟโรด X-Mode และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบออฟโรด Grip Control ที่พัฒนาโดย Subaru ซึ่งระบบเหล่านี้ช่วยได้มากในสภาพถนนที่เป็นโคลน ด้วยระบบเหล่านี้ Trailseeker จึงเคลื่อนที่ได้อย่างมั่นใจผ่านโค้งชันและพื้นผิวที่ไม่เรียบ แม้จะมีล้อข้างหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศก็ตาม แน่นอนว่าสนามทดสอบนี้ไม่มีพื้นถนนที่ขรุขระอย่างแท้จริง แต่การเหยียบคันเร่งอย่างต่อเนื่องทำให้ Subaru Trailseeker ผ่านไปได้โดยไม่ยากนัก
การกลับมาสู่รูปแบบดั้งเดิม?
Subaru ค่อนข้างใหม่ในวงการรถยนต์ไฟฟ้า และเป็นที่ถกเถียงกันว่า Subaru มีรถยนต์ไฟฟ้าเป็นของตัวเองมากน้อยเพียงใด เนื่องจากมี Toyota เข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เมื่อมองโดยรวมแล้ว Subaru Trailseeker แสดงให้เห็นถึงคุณลักษณะคลาสสิกของ Subaru มันมีสัดส่วนที่ยาวและต่ำ ซึ่งเป็นประเภทรถยนต์ที่หาได้ยากในปัจจุบัน นั่นคือ รถสเตชั่นแวกอน Subaru มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการผลิตรถยนต์ทรงสเตชั่นแวกอน และเนื่องจากเอาท์แบ็ครุ่นใหม่มีขนาดสูงขึ้นเล็กน้อย ทำให้ Trailseeker เป็นรถที่ดูย้อนยุคและแตกต่างอย่างน่าสนใจจากรถ SUV สมัยใหม่
ในขณะเดียวกัน Trailseeker มีความอเนกประสงค์ที่ใช้งานได้จริงตามแบบฉบับของ Subaru เบาะนั่งทั้งสองแถวมีพื้นที่กว้างขวาง และพื้นที่เก็บสัมภาระก็ใหญ่พอสมควร ซึ่งเป็นสิ่งที่ Subaru ต้องการเน้นย้ำ ราวหลังคามาตรฐานสามารถใช้บรรทุกอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งที่ผู้ขับขี่ Subaru ชื่นชอบได้ เช่นเดียวกับ Subaru รุ่นใหม่ทุกรุ่น มีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยเชิงรุกมากมายรวมอยู่ด้วย
![]()
นอกจากนี้ยังมีสมรรถนะการขับขี่บนทุกสภาพพื้นถนนอีกด้วย นี่ไม่ใช่รถ SUV ไฟฟ้าเพียงรุ่นเดียวที่มีความแข็งแกร่ง แต่ Trailseeker อาจมีความมั่นใจมากกว่าในการขับบนถนนลูกรังมากกว่ารถครอสโอเวอร์ไฟฟ้าทั่วไป หากไม่ขับบนเส้นทางออฟโรด การขับขี่บนถนนก็สะดวกสบายและมั่นใจได้ตามแบบฉบับ Subaru คลาสสิก เนื่องจากมอเตอร์ที่ทรงพลังให้การเร่งความเร็วที่รถยนต์จากแบรนด์นี้ไม่ค่อยมีให้เห็น
ราคาค่าตัว!!
ราคาของ Trailseeker ต่ำกว่า bZ Woodland: ประมาณ 46,750 ดอลลาร์ (หรือประมาณราว ๆ 1.4 ล้านบาท) ส่วนต่างนี้ส่วนใหญ่มาจากอุปกรณ์ภายใน Trailseeker Limited รุ่นกลางราคา 45,445 ดอลลาร์ (หรือราว ๆ 1.42 ล้านบาท) มีอุปกรณ์ใกล้เคียงกับ bZ Woodland รุ่นพื้นฐานมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่ที่เปลี่ยนจากรถ Subaru รุ่นเก่ามาใช้ Trailseeker จะต้องเรียนรู้ฟีเจอร์และฟังก์ชั่นต่างๆ มากมาย ส่วนผู้ที่คุ้นเคยกับรถ Toyota จะรู้สึกคุ้นเคยมากกว่าเมื่อเปลี่ยนมาใช้ bZ Woodland เนื่องจากทั้ง 2 รุ่น มีส่วนประกอบของรถร่วมกัน ประสบการณ์การขับขี่โดยรวมจึงน่าจะคล้ายคลึงกัน แต่ถึงกระนั้น Trailseeker รุ่นปี 2026 ก็ให้ความรู้สึกที่ดีกว่ารถยนต์ไฟฟ้าของ Subaru รุ่นก่อนๆ
![]()
![]()
ที่มา: www.motortrend.com
