Toyota Highlander ในตลาดอเมริกา โดยก่อนหน้านี้ผลิตภัณฑ์ Highlander เป็นรถยนต์ SUV แบบ 3 แถว ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มลูกค้าครอบครัวของ Toyota แต่ยอดขายกลับถูก Grand Highlander ที่เป็นรถคลาสใหญ่กว่าแย่งตำแหน่งไป ในขณะที่ Toyota RAV4 ที่มีขนาดเล็กกว่ายังคงเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมของลูกค้า Toyota และนี่คือเรื่องคลาสสิกของผลิตภัณฑ์คลาสกลางอย่าง Highlander ดังนั้นทางค่ายจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อกู้ความนิยมของรถคลาสกลางนี้กลับมา สำหรับ Highlander รุ่นโฉมปี 2027 จะได้รับการปรับโฉมใหม่หมดจดและจะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน100% นี้เป็นเรื่องสุดยอดไปเลยของ Highlander!
![]()
การออกแบบดีไซน์แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
โดยกระจังด้านหน้าของโตโยต้า Highlander ปี 2027 รุ่นใหม่ที่ไม่มีกระจังหน้าดูคล้ายกับ Toyota bZ Woodland ที่กำลังจะวางจำหน่าย ซึ่ง Highlander รุ่นใหม่นี้ ยังมีการออกแบบไฟท้ายแบบยาวเต็มพื้นที่เหมือนกันอีกด้วย ด้านท้ายที่เรียบง่ายเป็นเอกลักษณ์ ในขณะที่รูปทรงด้านข้างคล้ายกับแลนด์ครุยเซอร์รุ่นปัจจุบันในตลาดอเมริกา
![]()
มิติตัวรถที่แตกต่าง
Highlander รุ่นใหม่มีความยาวกว่ารุ่นเก่าเกือบ 4 นิ้ว (ไม่นับส่วนหน้ายาวของรุ่น XSE) แต่ฐานล้อขยายออกไป 8.1 นิ้ว เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับแบตเตอรี่ ทำให้ส่วนท้ายสั้นลงคล้ายกับ RAV4 รถรุ่นใหม่ยังกว้างขึ้น 2.3 นิ้วและสูงขึ้น 0.8 นิ้ว มีสีทูโทนที่เป็นสีใหม่ให้เลือก โดยรถคันนี้เน้นความยาวมากกว่าความสูง
![]()
![]()
![]()
การออกแบบภายในที่ดียิ่งขึ้นพร้อมพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น
ภายในห้องโดยสารกว้างขึ้นกว่าเดิม ด้วยการออกแบบแผงหน้าปัดเป็นไปตามแนวทางของ RAV4 รุ่นใหม่ โดยมีจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว สำหรับตำแหน่งคนขับ ที่มาพร้อมจอแสดงผลตรงกลางขนาดใหญ่ 14.0 นิ้ว และปุ่มกดเหลือน้อยลง โดยรถคันนี้จะใช้ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบคู่ขนานเหมือนกันกับ Toyota bZ แต่เนื่องจากห้องโดยสารกว้างขึ้นจึงไม่กินพื้นที่โดยไม่จำเป็น และยังมีช่องเก็บของแบบเปิดขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับกระเป๋าถืออยู่ด้านล่าง พอร์ต USB มีมากขึ้น สำหรับแถวที่ 2 ในรุ่น XLE จะมีให้เลือกทั้งเบาะยาวหรือเบาะแยก ส่วนรุ่น Limited จะเป็นเบาะแยก และเบาะแถวที่ 3 เป็นมาตรฐานในทุกรุ่น
รถคันนี้จะมาพร้อมระบบมัลติมีเดียเวอร์ชั่นอัปเดตของ Toyota หลังจากที่ได้มีการทดลองใช้ใน RAV4 แล้ว บอกได้เลยว่ามันดีขึ้นกว่าซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ปัจจุบันมาก ระบบสาระบันเทิงของ Highlander ประกอบด้วยฟังก์ชันหลายอย่าง อาธิเช่น การเชื่อมต่อเครือข่าย 5G และ Drive Recorder ซึ่งทำหน้าที่เหมือนกล้องติดรถยนต์โดยใช้กล้องในตัวของ Highlander นั่นเอง
![]()
ไม่มีระบบขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเบนซินอีกต่อไป จะมาพร้อมระบบการชาร์จเร็วมาแทนที่
Highlander จะไม่ใช้พลังงานจากน้ำมันเบนซินอีกต่อไป ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป จะใช้พลังงานไฟฟ้าเท่านั้น รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (มีเฉพาะในรุ่น XLE เท่านั้น) ให้พละกำลัง 221 แรงม้า และแรงบิดประมาณ 268 นิวตันเมตร ในขณะที่รุ่นมอเตอร์คู่ให้กำลัง 338 แรงม้า และแรงบิดประมาณ 438 นิวตันเมตร แบตเตอรี่มาตรฐานสำหรับรุ่น XLE คือแบตเตอรี่ขนาด 77.0 kWh ซึ่ง Toyota คาดว่าจะได้ระยะทางการวิ่งตามมาตรฐาน EPA อยู่ที่ 462 กิโลเมตร ในรุ่นมอเตอร์เดี่ยว และรุ่นมอเตอร์คู่จะวิ่งได้ระยะทาง 435 กิโลเมตร แบตเตอรี่ขนาด 95.8 kWh ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมในรุ่น XLE ขับเคลื่อนแบบ AWD และเป็นมาตรฐานในรุ่น Limited (ซึ่งมีเฉพาะรุ่นมอเตอร์คู่เท่านั้น) ควรจะให้ระยะทางการวิ่งได้ 515 กิโลเมตร โดย Highlander จะมีระบบ V2L (Vehicle to Load) ซึ่งหมายความว่าลูกค้าสามารถใช้แบตเตอรี่เพื่อจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ ได้ อีกด้วย
![]()
แล้วการเดินทางไกลล่ะ?
Highlander ใช้พอร์ต NACS แบบเดียวกับ Tesla รวมถึงระบบปรับสภาพแบตเตอรี่ล่วงหน้า ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ทั้งด้วยตนเองหรือผ่านระบบนำทาง Toyota กล่าวว่ารถคันนี้จะชาร์จเร็วจาก 10 – 80 % ภายในเวลา 30 นาที ไม่ว่าขนาดแบตเตอรี่จะเป็นเท่าใดก็ตาม ซึ่งไม่ช้าไปกว่า 24 นาที เมื่อเทียบกับรถยนต์ของ Kia ได้อ้างไว้สำหรับรุ่น Kia EV9 คู่แข่ง ครึ่งชั่วโมงนั้นนานพอสมควรเมื่อเทียบกับเวลาที่ใช้เติมน้ำมันเต็มถังขนาด 63 ลิตร กว่าๆ ของรุ่นGrand Highlander โดย Toyota กล่าวว่า การชาร์จระดับ 2 จนเต็มจะใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมงกว่าๆ สำหรับแบตเตอรี่ขนาดเล็ก และมากกว่า 8 ชั่วโมงเล็กน้อยสำหรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่
แน่นอนว่า เราไม่ได้คาดหวังว่ารถคันนี้จะเป็นรถลุยหินแบบ Land Cruiser แต่รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อจะได้รับระบบ Multi-Terrain Select และระบบควบคุมการปีนป่ายของ Toyota ซึ่งน่าจะทำให้มันมีคุณสมบัติในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดได้บ้าง Toyota ไม่ได้พูดถึงความสามารถในการลากจูงแต่อย่างใด แต่เราสังเกตเห็นตัวรับตะขอเกี่ยวและสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นขั้วต่อสี่ขา ซึ่งบ่งชี้ว่า Highlander คันนี้จะสามารถลากจูงได้สำหรับรถพ่วงที่มีน้ำหนักเบาและมีการรองรับอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งกับตะขอเกี่ยวมาให้ อย่างเช่น ที่วางจักรยาน อีกด้วย
ราคาจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อยอดขายของ Highlander
**Toyota ยังไม่ได้ประกาศราคาของรถคันนี้ อย่างไรก็ตาม การที่ Toyota ข้ามรุ่นย่อยล่างๆ
- เริ่มต้นด้วยรุ่น XLE นั้น ไม่ได้หมายความว่าราคาจะถูกลงแต่อย่างใด อุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น XLE ประกอบด้วยเบาะหุ้มหนังเทียม SofTex ระบบเสียง 6 ตำแหน่ง เบาะหน้าแบบปรับความร้อนได้ ล้อขนาด 19 นิ้ว และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร 64 สี
- รุ่น Limited เพิ่มระบบระบายความร้อนสำหรับเบาะหน้า ระบบทำความร้อนสำหรับเบาะแถวที่ 2 จอแสดงผล Head-up Display ม่านบังแดดด้านหลัง และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงเพิ่มเติม ฟังก์ชันเพิ่มเติม ได้แก่ หลังคาพาโนรามา ระบบเสียงสเตอริโอ 11 ตำแหน่ง ที่ได้รับการอัพเกรด และล้อขนาด 22 นิ้ว
**เราคาดว่าราคาของ Highlander ปี 2027 จะใกล้เคียงกับราคาเริ่มต้นของคู่แข่งอย่าง Kia EV9 ที่มีราคาประมาณ 50,000 ปอนด์ (หรือประมาณราว ๆ 2.1 ล้านบาท) ซึ่งแพงกว่า Grand Highlander ที่มีราคาเพียง 40,000 ปอนด์ (หรือประมาณราว ๆ 1.6 ล้านบาท)
![]()
ข้อมูลแนวคิด
รถยนต์ไฟฟ้าล้วนยังคงเป็นประเด็นการใช้งานที่อ่อนไหวในขณะนี้ แต่หวังว่า Highlander คันนี้และตัวแบตเตอรี่จะผลิตในอเมริกาจะช่วยลดความขัดแย้งลงได้บ้าง อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าการตัดสินใจของ Toyota ที่จะเปลี่ยน Highlander มาใช้พลังงานแบตเตอรี่นั้นเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด ดังที่พิสูจน์แล้วจาก Kia EV9 และ Hyundai Ioniq 9 รถยนต์ SUV ไฟฟ้าขนาดใหญ่เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการใช้งานที่ต้องกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของครอบครัว หากคุณต้องการพื้นที่มากขึ้นหรือไม่อยากเสียบปลั๊กไฟ ก็ยังมี Grand Highlander ที่ยังคงมีให้เลือกทั้งแบบเครื่องยนต์ธรรมดาและไฮบริด
โดยทั่วไปแล้วเราพบว่ารถ SUV ไฟฟ้าแบบ 3 แถวเป็นรถที่มีประโยชน์อย่างมาก เราดีใจที่ Toyota กำลังนำรถรุ่นนี้ออกสู่ตลาดอีกรุ่น และเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่มันจะผลิตในสหรัฐอเมริกา เราไม่คิดว่า Highlander คันนี้จะได้รับความนิยมมากกว่า Grand Highlander ในตอนนี้ แต่ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความนุ่มนวลในการขับขี่และค่าใช้จ่ายในการใช้งานที่ต่ำสำหรับรถยนต์ SUV ไฟฟ้า
![]()
ที่มา: motortrend.com
