Xiaomi SU7 รถยนต์ซีดานสมรรถนะสูงพลังงานไฟฟ้า100% รุ่นใหม่ มีการจัดแสดงที่โชว์รูมแห่งหนึ่งในประเทศจีน นับเป็นการโชว์ตัวครั้งแรกบนอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และขณะนี้ได้เริ่มเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีให้เลือกด้วยกัน 3 รุ่น วางราคาประมาณ 229,900 – 309,900 หยวน (หรือประมาณราว ๆ 1.0 – 1.3 ล้านบาท) และคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนมีนาคมนี้
การออกแบบภายนอก
กระจังหน้าของ Xiaomi SU7 ได้รับการออกแบบใหม่ โดยมีเรดาร์คลื่นมิลลิเมตรอยู่ตรงกลาง ขณะที่ไฟหน้าทรงหยดน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงมีอยู่
สิ่งที่เพิ่มเข้ามาอย่างน่าสนใจคือ!!
สีภายนอกใหม่ คือสี Capri Blue สีนี้ผลิตขึ้นจากฐานสีฟ้าอมเขียวและเม็ดสีนาโนโคบอลต์สีน้ำเงิน
![]()
![]()
ด้านหน้าของ Xiaomi SU7 รุ่นใหม่
![]()
ล้อหน้าของ Xiaomi SU7 รุ่นใหม่
เมื่อมองจากด้านข้าง SU7 ยังคงรักษารูปทรงฟาสต์แบ็กที่ดูโฉบเฉี่ยวเอาไว้ เสริมด้วยเส้นสายที่ซ้อนกันอย่างลงตัว มาพร้อมล้อขนาด 20 นิ้วดีไซน์ใหม่ จับคู่กับคาลิเปอร์เบรกสีแดงสะดุดตา ทาง Xiaomi ยืนยันว่ารถยนต์รุ่นใหม่นี้ทุกคันจะมาพร้อมยางขนาดไม่เท่ากัน โดย (ด้านหน้ามีขนาด 245 มม. / ด้านหลัง 265 มม.) และคาลิเปอร์เบรกหน้าแบบสี่ลูกสูบ การออกแบบด้านหลังโดดเด่นด้วยไฟท้ายแบบ “ฮาโล” ที่ให้แสงสว่างเป็นเอกลักษณ์เมื่อเปิดไฟ และยังมีสปอยเลอร์หลังแบบไฟฟ้าที่สามารถพับเก็บได้อีกด้วย
![]()
![]()
ด้านหลังของ Xiaomi SU7 รุ่นใหม่
ทุกรุ่นจะมาพร้อมกับระบบ LiDAR มาตรฐานและเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 4 มิติ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยชิปเรือธงที่ให้กำลังการประมวลผล 700 TOPS
การออกแบบภายในห้องโดยสาร
มีการเพิ่มตัวเลือกสีภายในใหม่ “Dark Night Black” พร้อมด้วยแผงหน้าปัดย่อยและพวงมาลัยที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ แผงประตูและการเย็บตะเข็บเบาะยังได้รับการออกแบบใหม่เช่นกัน
![]()
Xiaomi SU7 รุ่นใหม่จะมีให้เลือก 3 รุ่น คือ Standard, Pro และ Max โดยมีแบตเตอรี่ให้เลือก 3 ขนาด คือ 101.7 kWh, 96.3 kWh และ 73 kWh รุ่น Standard และ Pro ใช้ระบบแรงดันสูง 752V ในขณะที่รุ่น Max ใช้ระบบแรงดันสูง 897V ทุกรุ่นมาพร้อมกับมอเตอร์ V6s Plus ประสิทธิภาพสูง
ระยะทางการวิ่งวิ่งได้ไกลขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า
- รุ่น Standard มีระยะทางการวิ่งเพิ่มขึ้นเป็น 720 กิโลเมตร
- รุ่น Pro มีระยะทางการวิ่ง 902 กิโลเมตร
- รุ่น Max มีระยะทางการวิ่งเพิ่มขึ้นเป็น 835 กิโลเมตร จากเดิม 810 กิโลเมตร
ที่มา: carnewschina.com
