Nissan Elgrand รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เปิดตัวและขายในญี่ปุ่น ตั้งแต่ 16 กรกฎาคม 2026 มีรูปลักษณ์และฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ตามความคาดหวังอย่างครบถ้วน แต่ไม่ว่ารถจะดูน่าดึงดูดแค่ไหน ก็ยังมีบางสิ่งที่ผู้ซื้อจะเข้าใจได้อย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อได้เป็นเจ้าของและใช้งานมันทุกวัน ดังนั้น Elgrand รุ่นใหม่นี้ เป็นรถมินิแวนระดับเรือธงที่น่าพึงพอใจจริงหรือไม่? จากข้อมูลของสื่อดังในญี่ปุ่นจะมาแบ่งปันความคิดเห็นแบบตรงไปตรงมา ตั้งแต่สิ่งที่พอใจไปจนถึงสิ่งที่คิดว่าควรปรับปรุง โดยอิงจากประสบการณ์ของลูกค้าที่ใช้จริงในฐานะเจ้าของรถเท่านั้น!
ข้อความจาก: GOOD CARLIFE Channel/Zemitta, Yuma Tokuda / ภาพถ่ายจาก: Best Car Web Editorial Department
![]()
**ความพึงพอใจมากก็คือ สี Midnight Black มีความผสมกับสี “Silver Snow” ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ลงตัวที่สุด
ข้อความจากลูกค้าท่านหนึ่งในญี่ปุ่น กล่าวว่า
“ผ่านมาหลายสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่ผมรับรถ Elgrand คันใหม่มา หลังจากที่ได้ถ่ายรูปและขับใช้งานเป็นประจำ ผมก็เริ่มเห็นข้อดีและข้อเสียของมันแล้ว ดังนั้น ครั้งนี้ผมจะมารายงานเกี่ยวกับจุดแข็งและจุดอ่อนของมัน
![]()
ด้วยด้านหน้าที่ดูสง่างาม ด้านข้างที่ดูโฉบเฉี่ยวและสง่างาม และมุมมองด้านหลังที่ล้ำสมัย การออกแบบจึงไร้ที่ติจากทุกมุมมอง การเลือกสีตัวถัง Midnight Black ก็เป็นการออกแบบที่ลงตัวเป็นอย่างมาก มันช่วยเสริมความหรูหราและยกระดับภาพลักษณ์ให้สมกับเป็นรถมินิแวนระดับเรือธง ผมยังลังเลอยู่ว่าจะทำสีเคลือบตัวถังดีหรือไม่ แต่ผมก็สงสัยว่าผมจะวางใจใน Scratch Shield ได้อย่างเต็มที่หรือไม่
ลูกค้าท่านนี้ยังกล่าวต่อไปว่า
ผมได้เลือกสีภายใน Gin-setsu (หิมะสีเงิน) ซึ่งเป็นสีพิเศษเฉพาะรุ่น G เท่านั้น ผมเซ็นสัญญาโดยที่ยังไม่ได้เห็นรถจริงหรือเอกสารจากพนักงานขายเลย มันจึงเป็นการเสี่ยง แต่กลับกลายเป็นว่าประสบความสำเร็จ
ภายในสีขาวและม่วงนั้นดูหรูหรา สดใส และมีสไตล์ ภายในรถมีบรรยากาศที่สว่างไสวและสะดวกสบายมาก เมื่อมีแสงส่องกระทบ สีม่วงจะเด่นชัดขึ้น แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้รู้สึกไม่สบายตา การตกแต่งด้วยลายไม้สีดำในจุดต่างๆ เป็นการเพิ่มความสวยงาม การที่ทางบริษัทไม่ได้ใช้แผงคอนโซลเป็นสีดำเงาแบบเปียโนนั้นถือว่าเยี่ยมเลย
![]()
เบาะ Zero Gravity เป็นผลงานชิ้นเอกของงานฝีมือ เบาะรองนั่งที่นุ่มสบายและพื้นผิวที่ออกแบบมาให้พอดีกับตัวรถทำให้รู้สึกนุ่มนวล แม้ว่าอาจจะดูเหมือนหนังเทียม แต่ก็มีคุณภาพของเนื้อสัมผัสที่เหนือกว่าผลิตภัณฑ์หนังแท้หลายๆ ชิ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ลูกค้าท่านนี้ยังกล่าวต่อไป
คุณสมบัติที่ผมดีใจที่ได้เพิ่มเข้าไป โดยอิงจากประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวันของผม
นั่นคือระบบเสียง Bose Premium Sound System ซึ่งเป็นออปชั่นราคาแพงประมาณ 260,000 เยน (หรือประมาณราว ๆ 5.4 หมื่นบาท) นั้นคุ้มค่าอย่างแน่นอน ประสบการณ์เสียงจากลำโพง 22 ตำแหน่งและระบบเสียงรอบทิศทาง 3 มิติ นั่นสุดยอดมาก แค่ได้สัมผัสบรรยากาศเหมือนอยู่ในคอนเสิร์ตสดก็รู้สึกว่าคุ้มค่ากับราคาแล้ว และเมื่อเพิ่มระดับเสียง ความรู้สึกสมจริงก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ยังคงรักษาคุณภาพเสียงที่คมชัดไว้ได้
ที่จับช่วยพยุงตัว ซึ่งไม่มีใน Alphard/Vellfire นั้นมีประโยชน์มาก และที่วางเท้าสำหรับผู้โดยสารและที่ชาร์จไร้สายคู่ก็เป็นคุณสมบัติที่ดีของ Elgrand รุ่นใหม่
ข้อเสียเล็กน้อยเพียงอย่างเดียวของผมคือ!!
พื้นผิวที่มันวาวของสวิตช์บนพวงมาลัย เนื่องจากเป็นจุดที่สัมผัสบ่อย รอยนิ้วมือจึงเห็นได้ชัดมาก
![]()
ฟังก์ชั่นที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่
- แผงหน้าปัดและจอแสดงผลกลางขนาดใหญ่ อ่านง่าย ขนาด 14.3 นิ้ว
- ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร 64 เฉดสี
- ระบบระบายอากาศที่เบาะ
- กล้อง 360 องศาความละเอียดสูงที่เทียบเท่ากับโตโยต้า
- มีโหมดล้างรถเมื่อพับกระจกมองข้างเป็นฟังก์ชั่นที่ยอดเยี่ยมที่ผมเพิ่งรู้หลังจากได้เป็นเจ้าของแล้ว
ดังนั้น นี่คือความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับ Elgrand ใหม่จากมุมมองของเจ้าของรถ โดยเน้นจุดดีและจุดที่น่ากังวล การให้ข้อมูลในครั้งนี้เน้นที่ภายนอกและเบาะนั่งด้านหน้า”
จบ…(ความคิดเห็นของลูกค้าหลังได้ใช้งาน Nissan Elgrand 2026 รุ่นใหม่แล้วเกิดความพึงพอใจ)
ส่วนประเทศไทย: ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า Nissan Thailand จะนำ Nissan Elgrand เข้ามาขายอย่างเป็นทางการหรือไม่?
ที่มา: bestcarweb.jp

