รถยนต์รุ่น BYD Fang Cheng Bao (FCB) รถ SUV ออฟโรดสายลุยที่มีดีไซน์ทรงเหลี่ยมคม ดุดัน และสมรรถนะสูง มียอดขายสะสมทะลุ 600,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อกลางปี 2023 อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการทั่วไปของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในเครือของ BYD Auto ประเทศจีน คุณ Xiong Tianbo ยอมรับว่ามีปัญหาคอขวดด้านการส่งมอบก่อนการเปิดตัว Ti 9 ด้วยยอดส่งมอบในเดือนตุลาคมต่ำกว่าเป้าหมายภายในเนื่องจากปัญหาในการเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับสายการผลิตใหม่
ทางแบรนด์กำลังเตรียมเปิดตัวรถ SUV ปลั๊กอินไฮบริดรุ่น Ti 9 หลังวันที่ 15 พฤศจิกายน ในขณะที่รถกระบะ Shark PHEV ซึ่งเปิดตัวในประเทศที่งาน Alashan Hero Festival ในเดือนตุลาคม มีกำหนดส่งมอบให้ลูกค้าในเดือนธันวาคม
รถยนต์รุ่น Ti 7 คิดเป็นครึ่งหนึ่งของยอดขายของ Fang Cheng Bao
รถ SUV ขนาดกลาง โดยมียอดขายสะสมทะลุ 300,000 คัน ในปลายเดือนตุลาคม คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งหมดของแบรนด์ นอกจากนี้ยังครองอันดับหนึ่งในหมวดรถ SUV ทรงกล่องในประเทศจีนติดต่อกัน 12 เดือน
Fang Cheng Bao เข้าสู่ตลาดรถยนต์นั่งไฟฟ้าในเดือนกันยายนด้วยรถเก๋งซีดาน Formula S และรถสปอร์ต Formula S GT โดยมีราคาตั้งแต่ 189,900 – 239,900 หยวน (หรือประมาณราว ๆ 9.6 แสน -1.2 ล้านบาท) และมีเป้าหมายยอดขายรวมกันต่อเดือนอยู่ที่ 10,000 – 15,000 คัน
ทางแบรนด์วางแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตในเดือนพฤศจิกายนเพื่อลดระยะเวลารอคอย และจะจัดตั้ง Formula Club ซึ่งเป็นโครงการแบบออฟไลน์สำหรับเจ้าของรถ Formula S เพื่อให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับรถยนต์
BYD Ti 9 มุ่งเป้าไปที่ครอบครัวขนาดใหญ่
โดยคุณ Xiong กล่าวว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังขยายตัวของแบรนด์นี้มีจุดประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการของครัวเรือนตั้งแต่คู่รักไปจนถึงครอบครัวที่มีลูกหลายคนและครอบครัวสามรุ่น โดย BYD Ti 9 ตอบโจทย์ตลาดกลุ่มขนาดใหญ่ด้วยห้องโดยสารแบบ 6 ที่นั่ง 2+2+2 และโครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อก DMS (Distributed Monocoque System) ของ BYD ซึ่งแตกต่างจาก Bao 5 และ Bao 8 ที่ใช้โครงสร้างตัวถังแบบเฟรม
มิติตัวรถ
รถ SUV ขนาดใหญ่คันนี้มีความยาว 5,270 มิลลิเมตร กว้าง 1,999 มิลลิเมตร และสูง 1,850 มิลลิเมตร โดยมีระยะฐานล้อ 3,130 มิลลิเมตร ราคาที่คาดการณ์ไว้คือ 400,000 – 500,000 หยวน (หรือราว ๆ 2.0 – 2.5 ล้านบาท) ซึ่งจะแข่งขันกับ Li Auto L9 และ Aito M9
ระบบขับเคลื่อน
ปลั๊กอินไฮบริดผสานเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 1.5 ลิตร กำลัง 115 กิโลวัตต์ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลัง 200 กิโลวัตต์ รวมกำลังมอเตอร์ทั้งหมด 400 กิโลวัตต์ (536 แรงม้า)
แบตเตอรี่
ใช้แบตเตอรี่ FinDreams Blade ขนาด 66.48 kWh ให้ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าได้ 310 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTC หรือวิ่งได้ไกลประมาณ 360 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จเร็วจาก 10% ถึง 97% ในเวลาเพียง 9 นาที อุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม DiSus-A สองห้อง พร้อมระบบแสดงภาพถนนล่วงหน้า และระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังแบบแอคทีฟ
รถยนต์ต้นแบบเริ่มทยอยส่งถึงโชว์รูม Fang Cheng Bao ทั่วประเทศจีนในสัปดาห์นี้ โดยมีกำหนดการให้ทดลองขับแล้วในจีน
**สำหรับราคาและรายละเอียดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะประกาศหลังวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้
ที่มา: carnewschina.com

