เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2025 บริษัทร่วมทุนหลักระหว่าง FAW และ Toyota ในจีนได้เปิดตัวรถเก๋งซีดานไฟฟ้าล้วน100% รุ่น bZ3 Smart Home Edition ในประเทศจีน โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ดังนี้
รุ่นและราคา
– Joy: ราคา 109,800 หยวน (หรือประมาณราว ๆ 4.9 แสนบาท) วิ่งได้ระยะทาง 517 กิโลเมตร
– Pro: ราคา 129,800 หยวน (หรือประมาณราว ๆ 5.8 แสนบาท) วิ่งได้ระยะทาง 616 กิโลเมตร
รถยนต์รุ่นใหม่นี้ถือได้ว่าเป็นรุ่นปรับปรุงใหม่ของ FAW-Toyota bZ3 ที่ได้เปิดตัวแล้วในปี 2024 โดยรถรุ่นใหม่นี้มีการเพิ่มระบบช่วยขับขี่ Momenta 5.0, ระบบ LiDAR และได้มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยในด้านการออกแบบภายนอกและภายใน
โดย FAW-Toyota bZ3 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2023 จากนั้นมีการอัปเดตอีกครั้งในปี 2024 โดยเพิ่มความสามารถในการช่วยขับขี่ขั้นสูงระดับ L2 แต่ไม่มีรุ่นใดติดตั้ง LiDAR ในช่วงเดือนพฤศจิกายน FAW-Toyota bZ3 มียอดขายในประเทศจีนแล้ว จำนวน 2,118 คัน เลยทีเดียว
![]()
รูปภาพ FAW-Toyota bZ3 รุ่นสมาร์ทโฮม
สำหรับรุ่น Smart Home Edition มีดีไซน์ภายนอกคล้ายกับรุ่นโฉมปี 2024 โดยใช้ดีไซน์ด้านหน้าแบบ “หัวฉลาม” แบบล่าสุดของโตโยต้า และรวมเอาชุดไฟหน้าแบบทะลุเส้นเข้ามา มีการเพิ่มเซ็นเซอร์ LiDAR บนหลังคา ส่วนด้านหลัง รูปทรงโดยรวมของชุดไฟท้ายแบบทะลุเส้นยังคงเหมือนเดิม แต่รูปทรง “Y” ที่ปลายทั้งสองข้างได้รับการปรับปรุงให้จัดเรียงในแนวนอน และยังคงมีมือจับประตูแบบซ่อนตามสมัยนิยม
![]()
มีเซ็นเซอร์ 32 ตัวติดตั้งอยู่ทั่วตัวรถ
จุดเด่นสำคัญของรถยนต์คันนี้คือระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Momenta 5.0 ที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐานในรถ ซึ่งสามารถทำงานได้มากกว่า 30 ฟังก์ชัน รวมถึงระบบช่วยขับขี่ในเมือง ระบบช่วยขับขี่บนทางหลวง และระบบช่วยจอดรถระยะไกล ระบบ Momenta 5.0 มาจากเซ็นเซอร์ 32 ตัว รวมถึงไลดาร์ 1 ตัว เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 5 ตัว เรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว และกล้อง 11 ตัว ทำงานร่วมกับชิปที่มีกำลังประมวลผล 544 TOPS
![]()
รถยนต์รุ่นนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มรถเก๋งซีดานขนาดกลาง โดยมิติของตัวรถยังคงไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 4725/1835/1475 (1480) มิลลิเมตร (ยาว/กว้าง/สูง) และระยะฐานล้อ 2880 มิลลิเมตร นอกจากนี้ยังมีสีภายนอกใหม่ “Dark Cloud Green” ให้เลือกอีกด้วย
**ระบบขับเคลื่อนยังคงเป็นแบบมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า
– รุ่น Joy มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 135 กิโลวัตต์ (181 แรงม้า) และแบตเตอรี่ BYD Blade (ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต) ขนาด 49.9 kWh ให้ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน CLTC วิ่งได้ระยะทาง 517 กิโลเมตร
– รุ่น Pro ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 180 กิโลวัตต์ (241 แรงม้า) และแบตเตอรี่ Blade ขนาด 65.3 kWh ให้ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน CLTC วิ่งได้ 616 กิโลเมตร
ในโหมดชาร์จเร็วแบบ DC แบตเตอรี่สามารถชาร์จจาก 30% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 27 นาที
![]()
การออกแบบภายในห้องโดยสาร มาพร้อมหน้าจอควบคุมส่วนกลางแนวนอนขนาด 15.6 นิ้ว (เดิมเป็นหน้าจอแนวตั้งขนาด 12.8 นิ้ว) แผงหน้าปัดรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแคบ และพวงมาลัยแบบปกติ มีไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารและระบบผู้ช่วยเสียง AI ให้ใช้งานอีกด้วย
ที่มา: carnewschina.com
