จากรายงานล่าสุดของธนาคารเปิดเผยว่า บริษัท BYD ได้รับการประเมินในเชิงบวกเพื่อการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดของจีนอย่าง CITIC Securities โดยทาง CITIC Securities มั่นใจในการเติบโตระยะยาว ในด้านการขยายตลาดต่างประเทศ และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของ BYD
สิ่งที่น่าสนใจ!!
รายงานจาก CITITC Securities ระบุว่า การวิเคราะห์ของ BYD แสดงให้เห็นว่าบริษัทได้ย้ำเป้าหมายการส่งออกรถยนต์ 1.6 ล้านคัน ไปตลาดต่างประเทศภายในปี 2026 โดยในปี 2025 ทางค่ายมียอดขายรถยนต์ในต่างประเทศแล้ว 1,046,083 คัน ดังนั้น บริษัทที่ตั้งอยู่ในเซินเจิ้น จึงตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดขายในต่างประเทศขึ้น 52.4%
รายงานจาก CITIC Securities ยังระบุอีกว่า รถยนต์รุ่นต่างๆ ของ BYD ที่ใช้แบตเตอรี่ Blade รุ่นที่ 2 และเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว จะกลายเป็นจุดแข็งอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนยอดขายของบริษัท โดยยอดขายรายเดือนจะเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 – 30,000 คัน ซึ่งคาดว่าจะคิดเป็น 30% ของยอดขายประจำปีของ BYD
![]()
รูปภาพรถยนต์ Denza Z9 GT สเตชั่นแวกอน เครดิตภาพ: BYD
และจากข้อมูลรายงานของ China EV DataTracker ซึ่งเป็นฐานข้อมูลและวิเคราะห์เชิงลึกที่พัฒนาขึ้นโดยสื่อดังในจีนระบุว่า ในเดือนพฤษภาคม 2026 บริษัท BYD ได้ส่งมอบรถยนต์ SUV รุ่น Song Ultra จำนวน 9,916 คัน ในประเทศจีน ส่วนรุ่น Fang Cheng Bao Ti3 ส่งมอบไป 6,086 คัน และรุ่น Z9 GT wagon จาก Denza ส่งมอบไป 5,842 คัน รถยนต์ทุกรุ่นที่กล่าวมานั้นได้รับการรองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว (Flash Charging) ซึ่งก่อนหน้านี้ BYD ได้เริ่มติดตั้งเครื่องชาร์จเร็วในตลาดยุโรปแล้ว
จากข้อมูลของ CITIC Securities ระบุว่า BYD เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้านการพัฒนาเทคโนโลยีช่วยขับขี่ระดับ L3/L4 การวิเคราะห์สรุปว่า การพัฒนาโซลูชันดังกล่าวจะทำให้ BYD โดดเด่นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตามจากข้อมูล ขอชี้ให้เห็นว่ายังมีบริษัทอื่นๆ อีกมากมายที่พัฒนาโซลูชัน ADAS ที่พร้อมใช้งานระดับ L3/L4 อย่างเช่น Geely (G-ASD), Chery (Falcon Pilot) และ Huawei (ADS) ดังนั้น ความเป็นผู้นำของ BYD ในด้านนี้จึงไม่ชัดเจนนัก
ธนาคารเพื่อการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของจีนชี้ให้เห็นว่า โรงงานผลิตของ BYD ในอินโดนีเซียและฮังการีจะเริ่มการผลิตในปีนี้ ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทและนำไปสู่กำไรที่สูงขึ้น ทาง CTITC Securities กล่าวว่า แรงกดดันด้านการส่งมอบในระยะสั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อ BYD ในระยะยาว เนื่องจากทางค่ายมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีสมัยใหม่
![]()
ยอดขายรถยนต์ EV ทั่วโลกของ BYD เครดิต: China EV DataTracker
ข้อมูลจาก China EV DataTracker แสดงให้เห็นว่า BYD มียอดขายทั่วโลก 376,990 คัน ในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ยอดขายของบริษัทหยุดลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2025
ที่มา: carnewschina.com
