MG4 รถยนต์ไฟฟ้า100% รุ่นใหม่ล่าสุด รถยนต์แฮทช์แบ็กอเนกประสงค์ไฟฟ้าล้วนขนาดกะทัดรัดรุ่นปรับปรุงใหม่ รถรุ่นนี้เป็นการยกเครื่องใหม่ทั้งหมดมาจากรุ่น MG4 โฉมปัจจุบัน โดยมีการอัพเกรดครั้งสำคัญทั้งในด้านการออกแบบภายนอก เทคโนโลยีภายในที่ล้ำสมัย และระบบขับเคลื่อนอีกด้วย
ลูกค้าให้ความสนใจเป็นอย่างมากในกลุ่มรถยนต์ขนาดกะทัดรัด ซึ่งรวมถึงคู่แข่งอย่าง BYD Dolphin ด้วย โดย MG4 รุ่นใหม่ เป็นความตั้งใจล่าสุดของทาง SAIC Motor ในการขยายฐานลูกค้าในตลาดภายในประเทศจีนและเป็นตลาดส่งออกยังต่างประเทศรวมถึงประเทศไทยเราด้วย จากภาพที่นี้ รถรุ่นใหม่นี้มีดีไซน์ด้านหน้าที่โค้งมนมากขึ้น พร้อมกระจังหน้าแบบปิด ไฟหน้า LED รูปทรงหยดน้ำ และโลโก้ MG ที่ส่องสว่าง กระจังหน้าด้านล่างรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่ออกแบบใหม่ ช่องระบายอากาศรูปตัว C และโครงสร้างกันชนที่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น ช่วยให้รุ่นปรับปรุงใหม่นี้แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด
![]()
![]()
MG4 รุ่นใหม่มีความยาว 4,395 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,842 มิลลิเมตร และความสูง 1,551 มิลลิเมตร โดยมีระยะฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร ทำให้มีขนาดใหญ่กว่าทั้ง MG4 รุ่นเดิม
![]()
![]()
![]()
![]()
การออกแบบภายในห้องโดยสารของ MG4
โดดเด่นด้วยการจัดวางแผงหน้าปัดแบบสมมาตร พร้อมจอแสดงผลกลางแบบลอยตัว แผงหน้าปัดดิจิทัลทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และธีมสีแบบทูโทน ระบบ MG × Oppo smart cockpit ถูกผสานรวมเข้ากับระบบสาระบันเทิง โดยทำงานบนชิป Qualcomm 8155 แพลตฟอร์มนี้รองรับการเตรียมรถด้วยเสียง การผสานรวมแอปพลิเคชันอย่างราบรื่น การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ การนำทางด้วยท่าทางผู้ขับขี่ และฟังก์ชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นต้น
วัสดุภายในได้รับการอัพเกรดใหม่
โดยมีพื้นผิวหุ้มด้วยหนัง การตกแต่งด้วยโครเมียม ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร และฟีเจอร์เทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง รวมถึงที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 50 วัตต์ และคันเกียร์ที่ติดตั้งอยู่บนคอลัมน์พวงมาลัย เบาะนั่งด้านหน้าเป็นแบบสปอร์ตที่ปรับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบทำความร้อนและระบายอากาศ ส่วนด้านหลัง พื้นห้องโดยสารเรียบ หลังคาพาโนรามาพร้อมม่านบังแดด ช่องระบายอากาศ พอร์ต USB และเบาะนั่งพับได้แบบ 60:40 ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและประโยชน์ใช้สอย พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายโดยรถมีโครงสร้างเป็นแบบ 3 ชั้น เพื่อความยืดหยุ่นในการเก็บของ
![]()
![]()
MG4 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 70 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 120 kW (163 แรงม้า) ติดตั้งด้านหลัง โดยจัดเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลังแบบมอเตอร์เดี่ยว รุ่นนี้เปิดตัวเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบเซมิโซลิดสเตทเป็นครั้งแรกในแบรนด์ MG
![]()
![]()
มีให้เลือก 2 รุ่นคือ
– รุ่นที่มีระยะการวิ่ง 437 กิโลเมตร และ 537 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC การชาร์จเร็วจาก 30% – 80% ใช้เวลาประมาณ 20 นาที โดย MG4 ยังมีระบบแบตเตอรี่แบบ CTB (cell-to-body) และระบบกันสะเทือนแบบ MacPherson ด้านหน้าและแบบ torsion beam ด้านหลังอีกด้วย
และยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อาจรวมถึงระบบ L2+ พร้อมระบบนำทางอัตโนมัติบนทางหลวง (NOA) การผสมผสานระหว่างขนาดที่ใหญ่ขึ้น ห้องโดยสารที่ทันสมัย และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ได้รับการปรับปรุง ทำให้ MG4 ใหม่สามารถแข่งขันโดยตรงกับคู่แข่งรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดรุ่นใหม่ๆ ได้อย่างสง่างาม
ที่มา: carnewschina.com
