Home » ข่าวรถยนต์ » GWM ส่งสัญญาณ เตรียมเปิดตัว Wey Tank 300 และ Haval H6 ถล่มไทย ในราคาเอื้อมถึงได้ง่าย!

GWM ส่งสัญญาณ เตรียมเปิดตัว Wey Tank 300 และ Haval H6 ถล่มไทย ในราคาเอื้อมถึงได้ง่าย!

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทางบริษัท GWM (เกรทวอลมอเตอร์) ได้ส่งสัญญาณถึงการเตรียมเปิดตัวรถ 2 รุ่นเรือธงอย่าง Wey Tank 300 และ Haval H6 สำหรับการทำตลาดในประเทศไทยอีกไม่นานนี้ เราลองไปดูรายละเอียดของตัวรถด้วยกันเลย

Wey Tank 300 นั้นเปิดตัวครั้งแรกในงาน Chengdu Auto Show 2020 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยแบรนด์ WEY นั้นจะเป็นแบรนด์สำหรับยานยนต์อัจฉริยะที่ผู้ผลิต GWM มุ่งเน้นไปที่ระบบที่ทันสมัยพร้อมด้วยประสิทธิภาพของตัวรถ โดยเจ้า Tank 300 นั้นถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม Tank ที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการใช้งานของรถ Off-Road ที่มีสมรรถนะที่แข็งแกร่ง รองรับการขับขี่ในหลากหลายสภาพ

สำหรับคลาสของตัวรถนั้น ถือว่ามันเป็นรถ SUV ขนาดกลาง ที่ผสมผสานระหว่างการใช้งานบนทางปกติและ Off-Road ได้อย่างลงตัว การออกแบบภายนอกค่อนข้างฉีกจากภาพของ Haval H6 ที่ใช้แพลตฟอร์มเดียวกันไปพอสมควร แต่มีความละม้ายคล้ายคลึงกับ Jeep Wangler ที่เน้นเหลี่ยมสันอย่างชัดเจน ตัวรถมาพร้อมกับไฟหน้าทรงกลม LED กั้นกลางด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ ให้อารมณ์ที่ร่วมสมัย

WEY TAN 300 6

ภายในตัวรถมีการออกแบบในแนวทริปเปิ้ลโทน โดยมีสามสีหลักอย่าง ดำ เทา และส้ม ในขณะเดียวกันขนาดของ หน้าจอแสดงผลแบบ LCD และหน้าจอควบคุมส่วนกลางแบบ LCD ก็มีขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว แต่ทั้งนี้ ผู้ผลิตยังไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลของเครื่องยนต์ออกมา ณ เวลานี้ แต่ก็เปิดเผยถึงข้อมูลของระบบขับเคลื่อนที่สามารถปรับได้ถึง 3 รูปแบบ ทั้งแบบขับเดี่ยว แบบ AWD และแบบ 4X4 พร้อมด้วยโหมดการขับขี่ที่แตกต่างกันถึง 9 รูปแบบ

Haval H6 เป็นรถ SUV ขนาดใหญ่ (พอๆ กับ CR-V และ CX-5) ซึ่งมันจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรแบบเทอร์โบชาร์จ ให้แรงม้าสูงสุดมาอยู่ที่ 169 ตัว และยังจะมีเครื่อง 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ 187 แรงม้าให้เลือกในรุ่นท็อปด้วย มิติของตัวรถจะมีขนาดยาว 4,653 มม. กว้าง 1,886 มม. และสูง 1,730 มม. ระยะฐานล้อจะอยู่ที่ 2,738 มม. ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด ระบบช่วงล่างจะเป็นแบบดับเบิลวิสโบนอิสระ ล้อแม็กจะมีขนาด 19 นิ้ว

ในส่วนของฟีเจอร์ต่างๆ นั้น จะมาพร้อมกับปุ่มชิฟท์เกียร์ที่มือ พวงมาลัยสามารถปรับได้ 4 ทิศทางด้วยกัน ระบบครูซคอนโทรล ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา ระบบป้องกันการออกนอกเลน กล้อง 360 องศารอบคัน ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ พร้อมหน้าจอแสดงผลที่สามารถเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นในมือถือได้ ผ่านทางระบบ Bluetooth ในขณะที่ในรุ่นท็อปนั้นจะมีการใส่หลังคาแบบพาโนราม่าซันรูฟมาให้ด้วย ส่วนระบบไฟจะเป็นแบบ LED รอบคัน

โดยทั้ง 2 รุ่นนั้นจะใช้โรงงานประกอบกันที่จังหวัดระยองประเทศไทย ซึ่งจะทำให้การทำราคาขายในบ้านเรานั้นอยู่ในเรทที่ไม่ต้องมีภาษีนำเข้ามาเป็นกำแพงแต่อย่างใด อดใจรอกันอีกไม่นาน คาดว่าในช่วงต้นปี 2021 ข้างหน้าเราจะได้เห็นการเปิดตัวกันแล้ว

6906aec152c6ec522da7986411736117.png
dbc3ca9a26a74f47243648972bddf961.png
9eeb195abd2c4cf2cbd761c79378dbcd.jpg
18e833dfa0f9d960fe8091ef9e601020.jpg