เปิดตัว Geely Galaxy A7 รุ่นปรับปรุงใหม่ที่ประเทศจีน เก๋งซีดานขนาดกลางค่อนใหญ่ มีทั้งรุ่นขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (BEV) และแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รุ่นเริ่มต้นมีราคาเริ่มต้นที่ 97,800 หยวน (หรือประมาณราว ๆ 4.6 แสนบาท) ราคาก่อนหักส่วนลด สำหรับรุ่นไฟฟ้าล้วน100% จะใช้แบตเตอรี่ขนาด 58.05 kWh และวิ่งได้ไกลถึง 550 กิโลเมตร
สิ่งที่ควรทราบ
รถคันนี้ได้เข้าสู่ตลาดในประเทศจีนครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2025 ในฐานะรถยนต์ซีดานราคาประหยัดแบบขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดเท่านั้น จากข้อมูลของ China EV DataTracker ระบุว่าทางค่ายได้ส่งมอบรถยนต์รุ่นนี้ให้ลูกค้าในประเทศจีนแล้วกว่า 15,230 คัน ในไตรมาสแรกของปี 2026 ยอดขายลดลง 59.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สำหรับการเปิดตัวรุ่นปรับปรุงใหม่จะเข้าสู่ตลาดในเวลาที่เหมาะสมพอดีซึ่งตรงกับเป้าหมายของบริษัทในการกระตุ้นยอดขาย
Geely Galaxy A7 รุ่นปรับปรุงใหม่
อย่างที่กล่าวไปแล้ว Geely Galaxy A7 รุ่นปรับปรุงใหม่วางจำหน่ายแล้วใน 2 รุ่นย่อย โดยมีลักษณะภายนอกที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด รุ่นปลั๊กอินไฮบริดมีกันชนหน้าดีไซน์ดุดันกว่าเดิม พร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่ขึ้น และชิ้นส่วนตกแต่งชุบด้วยโครเมียม นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนชุบโครเมียมขนาดใหญ่ขึ้นที่พาดผ่านชุดไฟท้ายอีกด้วย
![]()
รถยนต์ Geely Galaxy A7 EM และ A7 EV เครดิต: Geely
รุ่นไฟฟ้าล้วน EV มีดีไซน์เรียบง่าย ด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่โต 4935/1905/1500 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,845 มิลลิเมตร ซึ่งยาวกว่ารุ่น PHEV 17 มิลลิเมตร และสูงกว่า 5 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นของรุ่น EV อยู่ที่ 125 มิลลิเมตร ซึ่งต่ำกว่ารุ่นปลั๊กอินไฮบริดอยู่ที่ 20 มิลลิเมตร
**การออกแบบภายในของทั้ง 2 รุ่น คล้ายคลึงกัน มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Flyme Auto 2 จุดเด่นคือการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ Meizu ได้เป็นอย่างดี ซึ่งทางค่าย Geely ได้เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ใน Meizu เมื่อเดือนกรกฎาคม 2022
![]()
ภายในรถยนต์ซีดาน Geely Galaxy A7 เครดิต: Autohome
ภายในของ Geely Galaxy A7 ใช้พวงมาลัยแบบ 2 ก้านรูปทรงตัว D พร้อมคันเกียร์ติดตั้งอยู่ด้านหลัง นอกจากนี้ยังมีแผงหน้าปัด LCD บางเฉียบอยู่ด้านหน้าคนขับ คอนโซลกลางของรถมีแท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 50W ปุ่มกดต่างๆ และช่องเก็บสัมภาระ เบาะนั่งด้านหน้ามีฟังก์ชั่นระบบอุ่นและระบบระบายอากาศมาให้อีกด้วย
ที่น่าสนใจคือรุ่น EV มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังใหญ่กว่าเล็กน้อย โดยมีความจุ 547 ลิตร ส่วนรุ่น PHEV มีพื้นที่เก็บสัมภาระ 535 ลิตร ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมระบบเสียง Flyme Sound พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง
ระบบขับเคลื่อนและราคา
![]()
รถยนต์ Geely Galaxy A7 EM และ A7 EV เครดิตภาพ: Shijiaqi
- รุ่นปลั๊กอินไฮบริด PHEV มีเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศ กำลังสูงสุดอยู่ที่ 82 กิโลวัตต์ (110 แรงม้า) ซึ่งอาจไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม จุดเด่นสำคัญของเครื่องยนต์นี้คือประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูงกว่า 47% ตามที่ Geely ระบุ ตัวเลขนี้ได้มาจากการนำระบบ Geely EM Hybrid 2.0 ที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้ เครื่องยนต์ของรุ่น PHEV ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบ “11 in 1” ที่ผสานรวมเกียร์ DHT แบบความเร็วเดียวและมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 175 กิโลวัตต์ (235 แรงม้า) รถซีดานคันนี้สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ใน 7.1 วินาที มีแบตเตอรี่ LFP สองก้อนที่ผลิตโดย CATL ขนาด 18.4 และ 28.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนอยู่ที่ระหว่าง 150 – 235 กม. ภายใต้เงื่อนไขมาตรฐาน CLTC อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ระหว่าง 2.22 – 2.29 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร
![]()
Geely Galaxy A7 EV
- รุ่น EV ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวที่เพลาหน้า ให้กำลัง 160 กิโลวัตต์ (215 แรงม้า) มอเตอร์ไฟฟ้านี้ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ LFP ขนาด 58.05 kWh ซึ่งผลิตโดย Yaoning Technology Group ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Geely Galaxy A7 EV สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ใน 7.4 วินาที และมีระยะการวิ่งตามมาตรฐาน CLTC สูงถึง 550 กิโลเมตร ด้วยการใช้พลังงานต่ำเพียง 11.4 kWh ต่อ 100 กม.
รถยนต์เก๋งซีดานปลั๊กอินไฮบริด Geely Galaxy A7 EM มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย ราคาก่อนหักส่วนลดมีดังนี้
- Geely Galaxy A7 EM 150 Enjoy – 97,800 หยวน (หรือราว ๆ 4.6 แสนบาท)
- Geely Galaxy A7 EM 150 Launch – 103,800 หยวน (หรือราว ๆ 4.9 แสนบาท)
- Geely Galaxy A7 EM 150 Explorer – 113,800 หยวน (หรือราว ๆ 5.3 แสนบาท)
- Geely Galaxy A7 EM 235 Explorer+ – 124,800 หยวน (หรือราว ๆ 5.9 แสนบาท)
- Geely Galaxy A7 EM 235 Starship – 131,800 หยวน (หรือราว ๆ 6.2 แสนบาท)
Geely Galaxy A7 EV เปิดตัวพร้อมตัวเลือก 2 รุ่นย่อย
- Geely Galaxy A7 EV 550 Premium – 112,800 หยวน (หรือราว ๆ 5.3 แสนบาท)
- Geely Galaxy A7 EM 550 Excellence – 119,800 หยวน (หรือราว ๆ 5.6 แสนบาท)
ที่มา: carnewschina.com
