ล่าสุด MG บริษัทร่วมทุนระหว่าง SAIC ได้เปิดเผยว่า MG4 Urban คันที่ 100,000 ได้ออกจากสายการผลิตแล้ว เป็นการสร้างแรงกระเพื่อมให้กับทางค่ายเป็นอย่างมาก โดยรถคันนี้เป็นรถทรงแฮทช์แบ็กขุมพลังไฟฟ้า100% ขนาดกะทัดรัดสำหรับเน้นความคล่องตัวในเมืองเป็นหลัก ซึ่งได้เปิดตัวเมื่อ 8 เดือนก่อน ได้เข้ามาแทนที่รุ่นพี่อย่าง MG4 ในตลาดประเทศจีน โดยรุ่น MG4 Urban มียอดขายมากกว่า 10,000 คันต่อเดือน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่ไม่ประสบความสำเร็จในประเทศจีนเท่าที่ควร
นอกจาก MG4 รุ่นเก่าแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็กขนาดกะทัดรัดรุ่นนี้ยังผลิตที่โรงงานผลิตของ SAIC ในเมืองหนานจิงด้วย ทั้ง 2 รุ่น วางจำหน่ายในต่างประเทศพร้อมกันในชื่อ MG4 และ MG4 Urban อย่างไรก็ตาม ในประเทศจีน รถยนต์ MG4 ขับเคลื่อนล้อหลังรุ่นเก่าไม่ค่อยเป็นที่นิยมในจีน และ MG4 Urban ก็จะมาแทนที่ในฐานะ MG4 รุ่นใหม่
![]()
รูปภาพ MG4 Urban
MG4 Urban รุ่นวางจำหน่ายในประเทศจีนมีราคาระหว่าง 68,800 – 102,800 หยวน (หรือประมาณราว ๆ 3.2 – 4.9 แสนบาท) ซึ่งนับเป็นการลดราคาลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ MG4 รุ่นเก่าที่วางจำหน่ายในราคา 129,800 – 186,800 หยวน (หรือประมาณราว ๆ 6.2 – 8.9 แสนบาท) ในปี 2022
ต่อยอดจากความสำเร็จนี้ MG เพิ่งประกาศเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในตระกูล MG4 นั่นคือ MG 4X ซึ่งเป็นรถ SUV ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด โดยทาง SAIC ระบุว่า “X” ในชื่อรถ SUV รุ่นนี้หมายถึง “ความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด” สำหรับผู้ซื้อรุ่นใหม่
MG 4X มีความยาว 4,500 มม. ความกว้าง 1,849 มม. และความสูง 1,621 มม. โดยมีระยะฐานล้อ 2,735 มม. ซึ่งหมายความว่ารถ SUV ขนาดกะทัดรัดรุ่นนี้ยาวกว่าคู่แข่งสำคัญอย่าง BYD Atto 3 รุ่นปัจจุบัน หรือที่รู้จักกันในชื่อ Yuan Plus ในตลาดจีนถึง 45 มม. เลยทีเดียว
![]()
รูปภาพ MG4 รุ่นเก่า ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วย MG4 Urban ในตลาดประเทศจีน ที่มา: Yiche
MG4 และ MG4 Urban
MG4 ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกว่า MG Mulan นั้น จะเน้นสมรรถนะด้านการขับขี่อย่างชัดเจน โดยมีระบบกันสะเทือนแบบ McPherson strut ด้านหน้าและแบบ five-link ด้านหลังเป็นตัวเลือกแชสซีมาตรฐาน รุ่นพื้นฐานจะมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังขนาด 125 กิโลวัตต์ (168 แรงม้า) ในขณะที่รุ่น X-Power ระดับสูงสุดมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบมอเตอร์คู่ขนาด 315 กิโลวัตต์ (422 แรงม้า)
![]()
ด้านหลังของ MG4 Urban
คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้ MG4 (และแบรนด์ MG) ประสบความสำเร็จในตลาดยุโรป ซึ่งให้ความสำคัญกับความรู้สึกและประสบการณ์การขับขี่มากกว่า อย่างไรก็ตาม พื้นที่ภายในที่ค่อนข้างแคบและเทคโนโลยีที่ล้าสมัย ทำให้ผู้บริโภคชาวจีนมีเหตุผลที่จะไม่สนใจรถรุ่นนี้
MG4 Urban หรือที่รู้จักกันในประเทศจีนว่า MG4 รุ่นใหม่ เป็นรถยนต์แฮทช์แบ็กที่ได้รับการพัฒนาให้เหมาะกับการใช้งานในเมืองมากขึ้น ภายนอกของรุ่น Urban ยังคงรักษาสไตล์สปอร์ตโดยรวมของ MG4 เอาไว้ และมีดีไซน์ไฟหน้าและไฟท้ายที่ชวนให้นึกถึง MG Cyberster ที่เป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์พลังงานไฟฟ้า
สมรรถนะด้านการขับขี่ของ MG4 Urban
ถูกลดทอนลงไปบ้างแล้ว ระบบกันสะเทือนหลังแบบอิสระถูกแทนที่ด้วยทอร์ชั่นบาร์แบบธรรมดา นอกจากนี้ ระบบขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อก็ไม่มีให้ลูกค้าได้เลือกอีกต่อไป เหลือเพียงมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าขนาด 120 กิโลวัตต์ (161 แรงม้า) เป็นตัวเลือกเดียวเท่านั้น
![]()
ภายในของรถยนต์ MG4 Urban
การออกแบบภายใน
ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับรสนิยมของชาวจีนมากขึ้น อย่างเช่น การออกแบบพื้นผิวสีอ่อนถูกนำมาใช้เพื่อให้ห้องโดยสารดูโปร่งสบาย และมีเบาะนั่งแบบระบบนวด ระบบระบายอากาศ และระบบอุ่น รวมถึงที่พักขาปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง หน้าจอแสดงผลข้อมูลความบันเทิงขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K อยู่เหนือคอนโซลกลาง ซึ่งตอนนี้สามารถรองรับคำสั่งเสียงอัจฉริยะได้ด้วยระบบ AI Doubao 3.0 ได้อีกด้วย
รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่แบบของเหลว-ของแข็งคันแรกของทางค่าย
MG4 Urban ยังโดดเด่นในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในปริมาณมากคันแรกที่ใช้แบตเตอรี่แบบของเหลว-ของแข็ง โดยวางจำหน่ายในชื่อรุ่น Anxin Edition MG อ้างว่าแบตเตอรี่ของตนมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่เหนือกว่า อุณหภูมิที่ทำให้เกิดการลัดวงจรเนื่องจากความร้อนสูงเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จาก 150°C เป็น 300°C ในขณะที่การทดสอบการเจาะทำให้เกิดความร้อนสูงเกินไปเพียงบางส่วนเท่านั้น โดยไม่มีควันหรือเปลวไฟ
สำหรับรุ่นท็อป
จะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 53.9 kWh ให้ระยะทางวิ่งแบบ CLTC ได้ถึง 530 กม. แบตเตอรี่นี้จัดหาโดย SAIC-Qingtao ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างผู้ผลิตรถยนต์และ Qingtao (Kunshan) Energy Development Group บริษัทดังกล่าวอ้างว่าเป็นผู้นำระดับโลกในปัจจุบันด้านแบตเตอรี่แบบของแข็งที่ผลิตในเชิงพาณิชย์ และเพิ่งยื่นขอจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ในฮ่องกง
![]()
![]()
ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า MG ในประเทศจนถึงเดือนเมษายน 2569 แหล่งที่มา: China EV DataTracker
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MG
จากข้อมูลของ China EV DataTracker พบว่า ผลประกอบการในประเทศจีนของ MG ค่อนข้างซบเซาก่อนการเปิดตัว MG4 Urban แต่หลังจากเปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2025 ยอดส่งมอบรถยนต์รายเดือนของ MG กลับพุ่งสูงขึ้นเป็นอย่างมาก โดยแตะระดับกว่า 20,000 คัน ในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งสอดคล้องกับการทยอยยกเลิกนโยบายการอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน
**การมาถึงของ MG4 Urban ได้พลิกผันสถานการณ์ของ MG ในประเทศจีน จากแบรนด์ที่ถูกมองข้ามและล้าสมัย กลายเป็นแบรนด์ที่กำลังเติบโต ในเดือนกรกฎาคม 2025 หนึ่งเดือนก่อนการเปิดตัวของ MG4 Urban แบรนด์มียอดส่งมอบในประเทศเพียง 7,000 คัน แต่ 2 เดือนต่อมา ในเดือนกันยายน 2025 MG ก็มียอดขายเติบโตอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนถึง 123.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ที่มา: carnewschina.com
