BYD Atto 8 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Paris Auto Show ปี 2026 โดยมีคุณ Stella Li รองประธานบริหารของ BYD เป็นผู้เปิดตัว รถรุ่นนี้เป็นรถรุ่นแรกของทางแบรนด์ในตลาดยุโรปที่มาพร้อมเทคโนโลยี Flash Charging ที่มาพร้อมห้องโดยสารกว้างแบบจัดเต็มนั่งได้ 7 ที่นั่ง พละกำลังสูงสุดถึง 764 แรงม้า และพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (frunk) ขนาดใหญ่ถึง 136 ลิตร และมีฟังก์ชันเปิดฝาด้วยการเคาะ 2 ครั้ง อีกด้วย
รถคันนี้ มาพร้อมกับแบตเตอรี่ LFP Blade Battery รุ่นที่ 2 ของ BYD ซึ่งมีความจุ 115 kWh และรองรับระยะทางขับขี่ได้ไกลถึง 653 กม. ตามมาตรฐาน WLTP จุดเด่นสำคัญของแบตเตอรี่ชุดนี้คือฟังก์ชันการชาร์จแบบ Flash Charging ที่สามารถชาร์จไฟจากระดับ 10% ไปจนถึง 97% ได้ภายในเวลาเพียง 9 นาที ส่วนการชาร์จจากระดับ 19% ไปถึง 70% นั้นใช้เวลา 5 นาที และหากชาร์จในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิติดลบ 30 องศาเซลเซียส ระยะเวลาในการชาร์จจะเพิ่มขึ้นอีก 3 นาที
**ทั้งนี้ BYD มีแผนที่จะติดตั้งสถานีชาร์จแบบ Flash Charging จำนวน 6,000 แห่ง ในตลาดต่างประเทศภายในสิ้นปี 2027
รถ SUV รุ่น BYD Atto 8 ได้รับการเปิดตัวโดยคุณ Stella Li
ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของ BYD ระบุว่า Atto 8 เป็นรถ SUV แบบ 7 ที่นั่งที่ทรงพลังที่สุดในตลาดยุโรป โดยมีกำลังสูงสุดรวมอยู่ที่ 570 กิโลวัตต์ (764 แรงม้า หรือ 775 แรงม้าแบบ PS) ส่งผลให้รถรุ่นนี้สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 4.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 240 กม./ชม. แม้ว่า Atto 8 จะเป็นรถ 7 ที่นั่งที่ทรงพลังที่สุด แต่ก็ไม่ใช่รถที่ทำความเร็วได้สูงสุด ยกตัวอย่างเช่น Audi SQ7 ที่สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 4.1 วินาที
รถคันนี้ เป็นรถครอสโอเวอร์ขนาดใหญ่ที่มีมิติตัวถัง 5,040/1,996/1,760 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,950 มิลลิเมตร แม้ว่าจะวางจำหน่ายในรูปแบบ 5 ที่นั่งสำหรับตลาดในประเทศ แต่สำหรับตลาดยุโรป รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้จะมาพร้อมกับเบาะนั่ง 3 แถวในรูปแบบ 2+3+2 นอกจากนี้ BYD Atto 8 ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (frunk) ขนาด 136 ลิตร ที่สามารถเปิดได้ด้วยการเคาะ 2 ครั้ง และอีกหนึ่งจุดเด่นคือประตูท้ายไฟฟ้าที่ทำงานด้วยระบบฉายภาพ (projection-activated) อีกด้วย
BYD Atto 8 จะเริ่มวางจำหน่ายในยุโรปช่วงไตรมาสแรกของปี 2027 โดยยังไม่มีการเปิดเผยราคาจำหน่ายของรถรุ่นนี้ ทั้งนี้ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น รถยนต์แบบ 7 ที่นั่งของแบรนด์ที่วางจำหน่ายในยุโรปอยู่แล้วอย่าง Tang EV นั้น มีราคาจำหน่ายในเยอรมนีอยู่ที่ 75,000 ยูโร (หรือประมาณราว ๆ 2.8 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของแบรนด์ระบุว่าราคาของ Tang ได้มีการปรับลดลงมาอยู่ที่ 47,990 ยูโร (หรือราว ๆ 1.8 ล้านบาท) แล้ว
รถคันนี้ราคาในประเทศจีนอยู่ที่ 222,800 – 272,800 หยวน (หรือประมาณราว ๆ 1.1– 1.3 ล้านบาท) จากข้อมูลของสื่อดังในจีนอย่าง China EV DataTracker BYD ส่งมอบรถยนต์รุ่นนี้เพียง 4,426 คันให้กับเจ้าของในประเทศจีนตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 ซึ่งลดลง 87.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี
ที่มา: carnewschina.com

