Honda กำลังเร่งปรับลดกำลังการผลิตในประเทศจีน เนื่องจากรถยนต์หลายรุ่นของพวกเขาทั้งแบบใช้เชื้อเพลิงและแบบใช้ไฟฟ้า รวมถึง ZR-V, Fit, Accord e:PHEV และ e:NS1 กำลังเข้าสู่สภาวะการผลิตแบบคงเหลือแต่ในสต็อกเท่านั้น ได้มีการปิดรับคำสั่งซื้อ และลดจำนวนการจัดสรรทรัพยกร สาเหตุสืบเนื่องมาจากยอดขายในตลาดประเทศจีนของบริษัทลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนเมษายน 2026
ยอดขายรถยนต์ของ Honda ในเดือนเมษายน 2569 รวม 22,595 คัน ลดลง 48.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในประเทศจีน ยอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายนอยู่ที่ 145,065 คัน ลดลง 28% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ตามรายงานข่าวของ Sina Finance (สำนักข่าวการเงินชั้นนำของจีน)
Honda ดำเนินธุรกิจในประเทศจีนผ่านบริษัทร่วมทุน 2 แห่ง ได้แก่ GAC Honda และ Dongfeng Honda โดยแต่ละแห่งรับผิดชอบการผลิต การขายผลิตภัณฑ์และเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ Honda แยกกัน
รถยนต์หลายรุ่นหยุดการผลิตชั่วคราว!!
รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกะทัดรัด GAC Honda ZR-V ที่เปิดตัวในประเทศจีนเมื่อเดือนสิงหาคม 2022 ได้หายไปจากช่องทางการจำหน่ายปลีก เนื่องจากตัวแทนจำหน่ายยังคงระบายสินค้าคงคลังที่เหลืออยู่ ข้อมูลจากเว็บไซต์ยานยนต์ของจีน อย่างเช่น Dongchedi และ Autohome ได้ข้อมูลเป็นการแสดงให้เห็นว่าไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดสรรการผลิตใหม่ในระบบการสั่งซื้อของตัวแทนจำหน่าย ในขณะที่รถยนต์ที่เหลืออยู่มีการลดราคาลงอย่างมากเหลือประมาณ 84,800 หยวน (หรือประมาณราว ๆ 4.04 แสนบาท) จากราคาตอนช่วงเปิดตัวที่ประมาณ 210,000 หยวน (หรือราว ๆ 1.0 ล้านบาท)
รถยนต์ ZR-V เป็นหนึ่งในรถยนต์ Honda หลายรุ่นในประเทศจีนที่เข้าสู่สถานะการระงับการผลิต หรือเหลือเพียงเป็นสินค้าคงคลังเท่านั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบตัวแทนจำหน่ายและการลดการจัดสรรจากโรงงานที่เชื่อมโยงกับการปรับกำลังการผลิตในวงกว้างของโรงงาน GAC Honda ในกวางโจว
รถยนต์แฮทช์แบ็ก Honda Fit ซึ่งผลิตครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อปี 2546 ได้เข้าสู่ขั้นตอนการปิดรับคำสั่งซื้อแล้วเช่นกัน ตามรายงานจากตัวแทนจำหน่ายหลายแห่งในจีนและสื่อยานยนต์ต่างๆ รวมถึงแหล่งข่าวอย่าง Sina Finance และการสื่อสารจากตัวแทนจำหน่ายต่างๆ ระบุว่า การรับคำสั่งซื้อใหม่ได้หยุดลงตั้งแต่ต้นปี 2569 แล้ว โดยสินค้าจะเหลืออยู่จำกัดเฉพาะสินค้าคงคลังที่มีอยู่เท่านั้น
เช่นเดียวกับรถยนต์แฮทช์แบ็ก LIFE ของ Dongfeng Honda ซึ่งเปิดตัวในปี 2563 ในฐานะรุ่นพี่น้องกับ Fit ก็ได้ถอนแผนการผลิตออกจากช่องทางการวางแผนที่ใช้งานอยู่เช่นกัน โดยการขายส่วนใหญ่จะจำกัดเฉพาะสินค้าคงคลังที่เหลืออยู่ของตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น
รถยนต์ซีดาน Honda Accord e:PHEV ที่เปิดตัวในประเทศจีนเมื่อปี 2022 ได้เข้าสู่ช่วงลดราคาและโปรโมชั่นจำกัดจำนวน หลังจากแคมเปญลดราคาที่เริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 แคมเปญดังกล่าวลดราคาเหลือ 138,800 หยวน (หรือประมาณราว ๆ 6.6 แสนบาท) สำหรับลูกค้าที่ตรงตามเงื่อนไข และจำกัดจำนวนไว้ประมาณ 1,000 คัน ตามข้อมูลจากบริษัทและตัวแทนจำหน่าย รายงานและข้อมูลจากตัวแทนจำหน่ายระบุว่าไม่มีการจัดสรรการผลิตใหม่ในช่วงโปรโมชั่นนี้ แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันการยุติการผลิตอย่างเป็นทางการก็ตาม
ส่วนรถยนต์ซีดาน Honda Integra ที่เปิดตัวในประเทศจีนเมื่อเดือนธันวาคม 2021 ภายใต้ GAC Honda นั้น มีการลดขอบเขตการผลิตลงในปี 2026 โดยรุ่นที่เป็นเกียร์ธรรมดาถูกถอดออกจากไลน์อัพแล้ว ตามรายงานของสื่อยานยนต์จีนและการอัปเดตจากตัวแทนจำหน่ายในจีน
รถ SUV ไฟฟ้า e:NS1 ของ Honda ซึ่งเปิดตัวในปี 2022 มีส่วนแบ่งการตลาดลดลงอย่างมาก โดยแพลตฟอร์มตัวแทนจำหน่ายในจีนและรายงานด้านยานยนต์ระบุว่ามีการลดการผลิตลงท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน
การปิดโรงงานยังคงดำเนินต่อไป
การลดกำลังการผลิตเกิดขึ้นพร้อมกับการปรับโครงสร้างการผลิตในประเทศจีนของ Honda ในวงกว้าง
โรงงานหวงผู่ของ GAC Honda ในกว่างโจว ซึ่งผลิตรถยนต์รุ่นต่างๆ เช่น ZR-V, Fit และ Integra มีกำหนดจะยุติการผลิตในเดือนมิถุนายน 2026 โรงงานอู่ฮั่นของ Dongfeng Honda ก็มีกำหนดจะปิดตัวลงในปี 2027 เช่นกัน คาดว่ากำลังการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในของ Honda ในตลาดจีนจะลดลงจากประมาณ 1.2 ล้านคันต่อปี เหลือ 720,000 คัน หลังจากการปรับโครงสร้าง
นอกจากนี้ Honda ยังได้หยุดการผลิตชั่วคราวในจีนในช่วงปลายปี 2025 ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน
ข้อมูลยอดขาย
Honda ขายรถยนต์ได้ 645,345 คันในประเทศจีนในปี 2025 ลดลง 24.28% เมื่อเทียบกับปี 2024 และต่ำกว่าจุดสูงสุดในปี 2020 ที่มากกว่า 1.6 ล้านคันอย่างมาก ยอดขายของ Honda ในจีนช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2026 รวม 122,470 คัน ลดลง 22.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยอดขายของ GAC Honda ในเดือนเมษายน 2026 ลดลงเหลือ 5,100 คัน ลดลง 72.42% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตามข้อมูลยอดขายของ GAC Group
ที่มา: carnewschina.com
