คุณ Toru Nakajima กรรมการบริหารอาวุโสของ Mazda กล่าวที่บูธของบริษัทในงานแสดงรถยนต์ปักกิ่ง 2026 โดยย้ำว่า Mazda อยู่ในภาวะที่ดีที่จะรับมือกับยุคแห่งรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการแข่งขันสูงในประเทศจีน และเอกลักษณ์ของแบรนด์จะไม่ถูกลดทอนลงในกระบวนการนี้อย่างแน่นอน โดยทางบริษัทกำลังเดินหน้าสู่การเป็นบริษัทร่วมทุน (JV) แห่งแรกของจีนที่มียอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) มากกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม โดยรถยนต์ประเภทแรกมีสัดส่วนถึง 47% ของยอดขายในไตรมาสแรกของปีในประเทศจีน
Mazda มีชื่อเสียงในด้านเครื่องยนต์สันดาป ที่มีทั้งแบบลูกสูบและแบบโรตารี่ แต่เพิ่งหันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้เมื่อไม่นานมานี้ โดยได้มีการประกาศเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของทางค่าย ก็คือ MX-30 ในปี 2019 ความพยายามในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีนของ Mazda ในตอนแรกนั้นดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก โดย CX-30 EV ซึ่งเป็นรถที่มีการดัดแปลงมาจากรถครอสโอเวอร์ CX-30 ให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อตอบสนองข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวจีนเท่าที่ควร ส่งผลให้ยอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 500 คัน ระหว่างปี 2022 – 2024
สิ่งที่ควรรู้
Mazda ได้ร่วมมือกับ Changan โดยใช้สถาปัตยกรรม EPA ของ Changan ในการพัฒนารถซีดาน 6e ซึ่งวางจำหน่ายในประเทศจีนในชื่อ EZ-6 และรถ SUV ขนาดกลาง CX-6e หรือที่รู้จักกันในชื่อ EZ-60 ทั้ง 2 รุ่น มีให้เลือกทั้งแบบรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฟฟ้าระยะไกล (EREV) และ Mazda ได้เริ่มจำหน่ายและเปิดให้รับจองล่วงหน้าในตลาดต่างประเทศแล้ว
![]()
คุณ Toru Nakajima ผู้อำนวยการบริหารอาวุโสของMazda ที่มา: Autohome
คุณ Toru Nakajima เน้นย้ำว่าความสัมพันธ์ 20 ปีระหว่าง Mazda กับ Changan นั้นแข็งแกร่งกว่าที่เคย และทางค่ายก็มุ่งมั่นที่จะปล่อยรถยนต์ไฟฟ้า (NEV) รุ่นใหม่ๆ ในอนาคตโดยได้รับข้อมูลจากทั้ง 2 ฝ่าย จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีแผนหรือการยื่นเอกสารต่อกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า (MIIT) เกี่ยวกับรถยนต์ Mazda รุ่นใหม่ที่จะวางจำหน่ายในตลาดจีน แต่คาดว่ารถยนต์เหล่านั้นจะใช้แพลตฟอร์มและเทคโนโลยีของ Changan
มาดูตัวเลขกัน…
![]()
![]()
ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศของ Mazda จนถึงเดือนมีนาคม 2026 เติบโตขึ้นเพียง 2% เมื่อเทียบกับประมาณการเริ่มต้น ที่มา: China EV DataTracker และ Mazda Investor Relations
จากข้อมูลของ China EV DataTracker ระบุว่า Mazda ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าไปแล้วทั้งหมด 91,061 คัน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 – เดือนมีนาคม 2026 แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของ Mazda ในประเทศจีนประสบความสำเร็จ โดยมียอดขายสูงกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ที่ 76,000 คัน เกือบ 20% ยอดขายรวมของรุ่น 6e (EZ-6) และ CX-6e (EZ-60) คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของยอดขายรายเดือนของ Mazda ในไตรมาสแรก และยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในไตรมาสแรกคิดเป็น 47% ของยอดขายทั้งไตรมาส
![]()
รายละเอียดการขายรถยนต์ Mazda ในประเทศจีน ณ เดือนมีนาคม 2026
โดยรถยนต์ไฟฟ้า (EZ-6 และ EZ-60) คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ที่มา: China EV DataTracker
อย่างไรก็ตาม Mazda สามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ได้ง่าย เนื่องจากยอดขายในประเทศจีนยังค่อนข้างต่ำ โดยมียอดส่งมอบ 21,619 คัน ในไตรมาสแรกของปี 2026
หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป Changan-Mazda จะกลายเป็นบริษัทร่วมทุนแห่งแรกในประวัติศาสตร์ยานยนต์จีนที่มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (NEV) มากกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม โดยปกติแล้ว บริษัทร่วมทุนในจีนมักพึ่งพารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปหรือรถยนต์ไฮบริด (HEV) โดยปัจจุบัน Dongfeng–Nissan จำหน่าย Nissan Sentra รุ่นที่ 7 ในชื่อ Nissan Sylphy ซึ่งเป็นรุ่นที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2012 แม้จะมีอายุมากและขาดคุณสมบัติทางเทคโนโลยี แต่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในจีน โดยมักมียอดขาย 30,000 – 40,000 คันต่อเดือน
ปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นทุกรายที่มีบริษัทร่วมทุนในจีน ต่างก็มีรถยนต์ไฟฟ้า (NEV) ให้เลือกใช้แล้ว ตั้งแต่ NX8 ของ Dongfeng-Nissan ไปจนถึง bZ5 ของ FAW-Toyota แต่ความสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องแน่นอน เพราะผู้บริโภคชาวจีนมักหันไปเลือกแบรนด์ในประเทศมากกว่า ซึ่งมีข้อได้เปรียบในด้านเทคโนโลยีระบบสาระบันเทิงและฟีเจอร์ AI ที่ดีกว่า
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ…
การผลักดันของ Mazda ในจีนในปี 2026 ตรงกับปีนักษัตรจีนปัจจุบัน ซึ่งม้าเป็นสัตว์ลำดับที่ 7 ในวัฏจักร 12 ปี แสดงถึงความเร็ว การมองโลกในแง่ดี และความสำเร็จ นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับชื่อภาษาจีนของ Mazda ซึ่งแปลคร่าวๆ ว่า “ม้ามาถึงโดยธรรมชาติ” ธีมม้ายังคงดำเนินต่อไปในคำขวัญของ Mazda ที่ว่า “Jinba-Ittai” หรือ “ผู้ขี่และม้าเป็นหนึ่งเดียว” Mazda ยังได้เปิดตัวรถยนต์ SUV รุ่น CX-6e รุ่นพิเศษ “ปีม้า” อีกด้วย
![]()
CX-6e และ MX-5 โรดสเตอร์ ที่มา: Autohome
ผู้บริหารระดับสูงกล่าวถ้อยแถลงขณะยืนอยู่ระหว่างรถยนต์ทั้ง 2 รุ่น ที่แตกต่างกันมาก ได้แก่ CX-6e และ MX-5 roadster บางทีนี่อาจเป็นวิธีที่ Mazda ต้องการสื่อว่าแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงในด้านระบบขับเคลื่อนและเทคโนโลยี แต่หลักการสำคัญของพวกเขา เรื่องการมีส่วนร่วมของผู้ขับขี่และความสนุกสนานในการขับขี่จะไม่ลดลงอย่างแน่นอน
ที่มา: carnewschina.com
