Tank 500 ใหม่ล่าสุดจาก GWM ได้เข้าสู่ตลาดจีนอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเป็นรถ SUV ออฟโรดสุดหรูอัจฉริยะสำหรับใช้งานทุกสถานการณ์ ที่มาพร้อมหลังคาลิดาร์แบบใหม่ที่ทันสมัย และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Coffee Pilot Ultra เจเนอเรชั่นที่ 3 ของ GWM รถยนต์รุ่นใหม่นี้มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น PHEV และรุ่น ICE
รุ่นและราคาของ Tank 500 ใหม่
- Hi4-Z Smart Edition: ราคา 375,000 หยวน (หรือประมาณราวๆ 1.6 ล้านบาท)
- Hi4-T Smart Edition: ราคา 355,000 หยวน (หรือประมาณราวๆ 1.6 ล้านบาท)
- Hi4-T Basic Edition: ราคา 335,000 หยวน (หรือประมาณราวๆ 1.5 ล้านบาท)
- 3.0T Creative Edition: ราคา 355,000 หยวน (หรือประมาณราวๆ 1 .6 ล้านบาท)
** 2 ชั่วโมงหลังจากการเปิดตัว Tank 500 รุ่นใหม่ ได้รับคำสั่งซื้อที่ยืนยันแล้วกว่า 12,257 คัน
มุมมองด้านหน้าและด้านหลังของรถ และสีภายนอก Duhuang Green ใหม่
การออกแบบภายนอกของ Tank 500 ใหม่ !!
รูปลักษณ์ภายนอกของ Tank 500 โฉมใหม่ยังคงมีความสอดคล้องกับรุ่นก่อนหน้า ซึ่งได้มีการเพิ่มสีภายนอกใหม่ คือสี Dunhuang Green ให้ลูกค้าได้เลือกสรร นอกจากสีเดิมที่มีก่อนหน้า ซึ่งได้แก่สี Kunlun Gold, Pamir Silver และ Mount Everest White
ขนาดมิติตัวถัง 5078/1934/1905 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2850 มิลลิเมตร
ลิดาร์ลงบนหลังคารถ
ข้อมูลเพิ่มเติม!!
รถยนต์ Coffee Pilot Ultra เจเนอเรชั่นที่ 3 ของ GWM ได้มีการติดตั้งมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ 27 ตัว ซึ่งรวมถึงลิดาร์ 1 ตัว เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว เรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว และกล้องความละเอียดสูง 11 ตัว ช่วยให้สามารถนำทางได้อย่างแม่นยำด้วยระบบอัตโนมัติที่เข้ากับสภาพแวดล้อมในเมืองและทางหลวงที่ไม่มีแผนที่ที่ชัดเจนมากนัก ทาง GWM อ้างว่าระบบช่วยจอดยังสามารถรองรับสถานการณ์ช่วยจอดรถได้มากกว่า 200 ประเภท เลยทีเดียว รวมถึงบริเวณพื้นที่จอดรถที่เป็นทั้งแนวตั้ง แนวทแยง และทางตัน เป็นต้น
ระบบอินฟราเรดไกลมองเห็นตอนกลางคืนแบบ Coffee Night Vision
นอกจากนี้ ยังมีระบบอินฟราเรดไกล Coffee Night Vision ยังสามารถตรวจจับยานพาหนะได้ในระยะสูงสุด 120 เมตร และคนเดินถนนได้ในระยะสูงสุด 90 เมตร แม้ในสภาพฝนตก หิมะ หรือสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นละออง ตามที่เจ้าหน้าที่กล่าว
ระบบส่งกำลัง Hi4-T รุ่นที่ 2
ระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริด PHEV !!
– รุ่น Hi4-T ใช้เครื่องยนต์ 2.0T และมอเตอร์ไฟฟ้า จับคู่กับเกียร์ 9HAT ให้กำลังรวม 300 กิโลวัตต์ (402 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร เครื่องยนต์ 2.0T ให้กำลังรวม 180 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวม 130 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 495 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 37.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางขับเคลื่อนวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนอยู่ที่ 110 กิโลเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 6.9 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน WLTC อยู่ที่ 2.06 ลิตร/100 กม. และระยะทางขับเคลื่อนน้ำมันเต็ม+ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง วิ่งได้ระยะทางรวมอยู่ที่ 900 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTC
– รุ่น Hi4-Z มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2.0T และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ จับคู่กับเกียร์ DHT 3 สปีด ให้กำลังรวม 635 กิโลวัตต์ (852 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 1,195 นิวตันเมตร มอเตอร์หน้าและหลังให้กำลัง 215 กิโลวัตต์/400 นิวตันเมตร และ 240 กิโลวัตต์/415 นิวตันเมตร ตามลำดับ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 59.05 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนอยู่ที่ 201 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTC อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง อยู่ที่ 4.3 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน WLTC อยู่ที่ 0.76 ลิตร/100 กิโลเมตร และระยะทางวิ่งน้ำมันเต็ม+ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง วิ่งได้ 1,096 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTC
รุ่นขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเบนซิน !!
ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V6 3.0T ที่ให้กำลังสูงสุด 265 กิโลวัตต์ (355 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด
ภายในห้องโดยสาร
การออกแบบภายในห้องโดยสาร !!
มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการเพิ่มคันเกียร์อิเล็กทรอนิกส์บนพวงมาลัย ตู้เย็น 50 วัตต์ ควบคุมอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -6°C ถึง 50°C และแท่นชาร์จไร้สาย 50 วัตต์สองแท่น ส่วนภายในห้องโดยสารยังคงใช้แผงหน้าปัดแบบ LCD ขนาด 12.3 นิ้วเหมือนเดิม หน้าจอควบคุมกลางขนาด 14.6 นิ้ว นาฬิกาใต้หน้าจอ และ HUD ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3 ของ GWM ที่ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 8295
ผู้โดยสารแถวที่ 2 สามารถรับชมความบันเทิงผ่านทางหน้าจอความบันเทิงแบบ 3K ขนาด 17.3 นิ้วที่ติดตั้งบนเพดาน ซึ่งรองรับโหมดการควบคุม 6 โหมด ได้แก่ เสียง ท่าทาง การสัมผัส โทรศัพท์มือถือ รีโมทคอนโทรล และหน้าจอที่วางแขนด้านหลัง นอกจากนี้ เบาะนั่งยังหุ้มด้วยหนัง Nappa ที่มาพร้อมระบบระบายอากาศและระบบทำความร้อนสำหรับเบาะนั่งด้านหน้าและด้านหลังทุกที่นั่งอีกด้วย พนักพิงเบาะหลังสามารถปรับได้ตั้งแต่ 25 ถึง 35 °C และสามารถพับลงเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถได้ถึง 1,489 ลิตร ถือว่ารถรุ่นนี้เป็นอีก 1 รุ่นที่น่าสนเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
ที่มา: carnewschina.com