Home » ข่าวรถยนต์ » เผย Toyota กำลังพัฒนาแบตเตอรี่ของ bZ4X ที่คงสภาพ 90% แม้ผ่านการใช้งานนาน 10 ปี

เผย Toyota กำลังพัฒนาแบตเตอรี่ของ bZ4X ที่คงสภาพ 90% แม้ผ่านการใช้งานนาน 10 ปี

จากการประชุมออนไลน์ เกี่ยวกับการพัฒนาชุดแบตเตอรี่จาก Toyota เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หนึ่งในประเด็นที่หลายๆคนกำลังให้ความสนใจไม่แพ้กับเป้าหมายในการพัฒนาแบตเตอรี่ที่มีขนาดความจุ 200 lWh จากทางบริษัท คือการที่ผู้ผลิตได้ออกมาเคลมว่ากำลังพัฒนาระบบใหม่ให้กับแบตเตอรี่ที่จะติดตั้งบน Toyota bZ4X เอสยูวีไฟฟ้าที่กำลังจะเปิดตัวในตลาดปี 2023 นี้ว่าจะคงสภาพในการประจุไฟถึง 90% แม้จะผ่านการใช้งานไปนาน 10 ปี

e315b583a5b6b777e5b1d1618cb9ea00.jpg

เรื่องของราวของความเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่นั้นเป็นเรื่องที่เราเข้าใจได้ เพราะในปัจจุบันนั้น แหล่งพลังงานที่สามารถประจุซ้ำได้นั้น ก็ย่อมมีความเสื่อมจากการใช้งาน ถึงแม้ว่าเราจะพยายามรักษาและดูแล รวมไปถึงการใช้งานตามวิธีที่ถูกต้อง ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเสียหายนี้ไปได้แต่อย่างใด

โดยปัจจุบันนั้น แบตเตอรี่ที่อยู่ในรถยนต์พลังงาน Hybrid จะมีอายุประมาณ 5 ปี หรือเต็มที่ก็ไม่เกิน 7 ปี ซึ่งมันค่อนข้างจะเป็นอุปกรณ์ที่มีราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพในการใช้งาน ซึ่งทาง Toyota เองก็เล็งเห็นความไม่สะดวกสบายในเรื่องนี้ จึงได้มีแผนกงานในการพัฒนาการดูแลรักษาอายุของแบตเตอรี่ให้สามารถคงสถภาพใช้งานได้ยาวนานที่สุด

0910e28f3a8db22da76448dfebe0aa5a.jpg

จากการประชุมล่าสุดเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา มีการเปิดเผยว่าทาง Toyota กำลังพัฒนาให้แบตเตอรี่ที่จะติดตั้งบน SUV พลังงานไฟฟ้าที่จะเปิดตัวในปี 2023 อย่างเจ้า bZ4X นั้นมีความสามารถในการคงรักษาสภาพที่ 90% แม้ว่าจะผ่านการใช้งาน 10 ปี โดยปัจจุบันได้มีการทดลองบนรถยนต์สำหรับจำหน่ายในประเทศจีนที่มีลักษณะเป็น BEV อย่าง Toyota IZOA ซึ่งมีเป้าหมายในการคงสภาพของแบตเตอรี่ที่ 75-80% หลังผ่านการใช้งานไป 10 ปี เช่นเดียวกับการทดลองในรถ PHEV อย่าง Prius ที่มีเป้าหมายในการคงสภาพของแบตเตอรี่ที่ 50-55% และแบตเตอรี่ชุดใหม่ที่กำลังจะติดตั้งบน Prius C ที่ตั้งเป้าหมายไว้ 60-65% ของสภาพแบตเตอรี่

เราไม่รู้แน่ชัดว่า Toyota ตั้งใจที่จะบรรลุเป้าหมายอย่างไร ซึ่งถ้าให้วิเคราะห์ตามหลักการแล้ว มีความเป็นไปได้ในหลากหลายวิธี อาทิเช่นการเปลี่ยนสารเคมีที่ทำปฎิกิริยากับเซล์ในแบตเตอรี่ ที่มำให้เซลส์นั้นเสื่อมสภาพน้อยที่สุดทุกครั้งเมื่อมีการประจุ หรือการจัดการกับอุณหภูมิในการรักษาประจุ เพื่อให้เซลส์นั้นมีค่าความเป็นกลางลดความเสียหายของเซลส์ได้ หรือจะเป็นวิธีที่ง่ายและคลาสสิกที่สุดก็คือการเพิ่มบัฟเฟอร์หรือความจุของแบตเตอรี่โดยที่รักษาสมดุลระหว่างเคมี อุณหภูมิและการคายประจุให้สัมพันธ์กัน

4a785b1d7e1da4408c0ff160a6bd1a00.jpg

จากทั้งหมดทั้งมวลบอกเลยว่าวิธีในการยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่นั้นมีหลายวิธี แต่ไม่ว่าจะทางใดก็ตาม ตัวแบตเตอรี่เองก็มีความเสื่อมที่ต้องยอมรับได้ โดยเป้าหมายของ Toyota นั้นกล่าวง่ายคือ ถ้ารถพลังงานไฟฟ้า เมื่อซื้อมาใหม่นั้นจะสามารถประจุไฟแล้ววิ่งได้ 500 กิโลเมตร หลังจากใช้งานไป10 ปี ก็ควรจะสามารถวิ่งได้อย่างน้อยๆ 450 กิโลเมตรขึ้นไป ถึงจะยังไม่ทราบถึงวิธีการและรายละเอียด แต่การพัฒนานี้จะส่งผลดีต่อผู้บริโภคอย่างเราแน่นอนครับ

Credit : insideevs.com