กระหึ่ม! ลุ้น Great Wall Motors ส่ง Haval H6 และ F7X ลุยตลาดไทยในราคาเบาๆ ปี 2021!

กระแสความเคลื่อนไหวล่าสุด มีการคาดการณ์ว่าทางบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง Great Wall Motors ที่เข้าเทคโอเวอร์โรงงานของ Chevrolet ในไทยเมื่อช่วงต้นปี 2020 ที่ผ่านมานั้น เตรียมที่จะเปิดตัวแบรนด์ในเครือของตัวเองอย่าง Haval อย่างเป็นทางการในไทยช่วงปี 2021 ข้างหน้า พร้อมกับแนะนำรถ SUV รุ่นใหม่ 2 รุ่นประเดิมทำตลาดด้วยกันอย่างรุ่น H6 และ F7X!

สำหรับ Haval H6 นั้น เป็นรถ SUV ขนาดใหญ่ (ไซส์พอๆ กันกับ CR-V และ CX-5) ที่มียอดขายอันดับ 1 ในประเทศจีนล่าสุด ซึ่งมันจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรแบบเทอร์โบชาร์จ ให้แรงม้าสูงสุดมาอยู่ที่ 169 ตัว และยังจะมีเครื่อง 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จให้เลือกในรุ่นท็อปด้วย มิติของตัวรถจะมีขนาดยาว 4,653 มม. กว้าง 1,886 มม. และสูง 1,730 มม. ระยะฐานล้อจะอยู่ที่ 2,738 มม. โดยจะมากกว่ารุ่นเดิมไปถึง 58 มม. ด้วยกัน

Great Wall Motor Haval H6

การเดินเส้นสายโดยรวมของตัวรถจะเน้นความทันสมัย ตามแนวทางของรถ SUV ในยุคนี้ ในขณะที่ส่วนของตัวถังนั้นก็ได้รับการออกแบบกันมาใหม่ด้วย พร้อมด้วยฟีเจอร์ช่วยเหลือด้านความปลอดภัยอย่างครบครัน และมิติภายนอกและภายในของตัวรถนั้น จะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่า H6 โฉมก่อนหน้านี้ เน้นการใช้งานที่สะดวกสบาย และการขับขี่ที่สนุก

Haval F7X

และสำหรับ Haval F7X นั้นจะเป็นรถ SUV ขนาดกลาง (กลุ่มเดียวกับ HR-V, CH-R, ZS และ Corolla CROSS ที่เพิ่งจะเปิดตัวกันไป) ขนาด 5 ที่นั่ง ที่จะมาพร้อมกับขุมกำลังเบนซินขนาด 1.5 ลิตรและ 2 ลิตรให้เลือก ระบบเกียร์จะเป็นแบบ DCT 7 สปีด โดยทางค่ายเคลมไว้ว่าในรุ่นท็อปเครื่อง 2 ลิตรนั้น สามารถทำความเร็วตั้งแต่ 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียงแค่ 7.5 วินาทีเท่านั้น ซึ่งจะเน้นการมอบประสบการณ์ที่สนุกสนานในการขับขี่ให้กับผู้ครอบครอง ซึ่งถือว่าตรงนี้เป็นจุดขายที่สำคัญอย่างหนึ่งของรถ SUV ในยุคนี้

Great Wall Motor Haval F7X

ส่วนฟีเจอร์ต่างๆ นั้นจะประกอบไปด้วย โหมดการขับขี่ถึง 6 โหมด อย่างโหมด Standard (มาตรฐาน), Sport (เน้นความแรง), Mud (ลุยโคลน), Sand (ลุยทางฝุ่นทางทราย), Snow (ลุยหิมะ) และ ECO (ประหยัดน้ำมัน) หน้าจอแสดงผลภายในตัวรถจะเป็นแบบ LCD ขนาด 7 นิ้วสำหรับแดชบอร์ด และขนาด 9 นิ้วสำหรับการแสดงผลมัลติมีเดียต่างๆ ซึ่งรองรับระบบทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto นอกจากนั้นยังเสริมระบบความปลอดภัยด้วย Air Bag ถึง 6 ลูกด้วยกัน, ระบบป้องกันการชน, เบรก ABS และระบบกล้องมองรอบคัน

โดยจุดเด่นอีกอย่างของทั้ง 2 รุ่นที่จะมาประกอบกันในประเทศไทยเราและทำวางขายนั้น ก็คือในเรื่องของราคาค่าตัว ที่เชื่อว่ารุ่นใหญ่อย่าง Haval H6 ตัวท็อปน่าจะมีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ในขณะที่ Haval F7X ตัวท็อปนั้นน่าจะอยู่ราวๆ ไม่เกิน 8 แสนบาท (จากการคาดเดา) ซึ่งต้องมารอติดตามกันว่าสุดท้ายแล้วจะมีการเคาะราคาออกมาที่เท่าไหร่กันแน่ ทางเราจะเกาะติดความเคลื่อนไหว และมาอัพเดทให้ทราบกันทุกๆ ระยะ