จะไปต่อหรือพอแค่นี้! Honda N-One เตรียมยุติการผลิต!?

Honda N-One รถแฮทช์แบ็คไซส์เล็กกระทัดรัดจากญี่ปุ่นอาจไม่ได้ไปต่อในเจนเนอเรชั่นที่สอง เนื่องจากยอดขายไม่ดีนัก และซ้ำซ้อนกับ Honda N-Box แต่อาจจะยังพอมีลุ้นโฉมใหม่ปลายปีนี้

Advertisement

Honda N-One เป็นรถยนต์ขนาดเล็ก 4 ที่นั่ง 5 ประตู สไตล์ Kei-Car เครื่องยนต์ 660 cc. ให้กำลังสูงสุด 58 แรงม้า ที่ 7,300 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตันเมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT โดยรุ่นปัจจุบันวางราคาอยู่ที่ 1,223,200 เยน หรือประมาณ 350,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 29 มกราคม 2020)

โมเดลนี้ได้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2012 และได้ปรับโฉม Minor Change ไปเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือนว่ามันกำลังจะถึงช่วงปลายเจเนอเรชั่นแล้ว ซึ่งเป็นธรรมดาที่ยอดขายจะเริ่มหดตัวลงไปบ้าง แต่มันก็ดูค่อนข้างน่ากลัว เพราะในขณะที่ Honda N-Box พี่น้องของมันประสบความสำเร็จสร้างยอดขายถล่มทลายในญี่ปุ่นไปถึง 253,500 คัน ในปีที่ผ่านมา แต่ N-One กลับขายได้เพียงแค่ 15,462 คันเท่านั้น อีกทั้งยังมีปัจจัยคู่แข่งอย่าง Daihatsu Miraizu และ Suzuki Alto ซึ่งต่างเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งในกลุ่มรถแฮทช์แบ็คนี้ ทำให้ Honda เหลือทางเลือกไม่มากว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับ N-One คันนี้

 

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ยังพอจะมีสัญญาณที่ดีอยู่ว่าพวกเขาอาจจะเลือกสู้ต่อด้วยการส่งรถตกแต่งพิเศษของ N-One คันนี้เข้ามาโชว์ตัวในงาน Tokyo Auto Salon 2020 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขายังเชื่อมั่นในรถจิ๋วคันนี้อยู่พอสมควร ซึ่งทางสื่อญี่ปุ่นเองก็ได้วิเคราะห์ว่า หากอยากให้ N-One กลับมาคัมแบ็ค ก็จำเป็นจะต้องมีออพชั่น ที่เหนือกว่าคู่แข่งคัน ด้วยการติดตั้ง Honda Sensing เช่นเดียวกับ Honda N-Box รวมถึงการปรับปรุงอัตราการสิ้นเปลือง และปรับประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้ดีขึ้น

และในส่วนของการออกแบบนั้นคิดว่าคงไม่ต้องปรับปรุงอะไรมากมายนักเพราะดีไซน์ของรถทรงนี้ปรับเปลี่ยนได้ไม่มาก ดังนั้นการคงเอกลักษณ์ที่น่าจดจำของมันเอาไว้เช่น ไฟหน้าทรงกลม กระจังหน้าแถบยาว และความเรียบง่าย ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีในการปรับโฉมครั้งต่อไป

ซึ่งล่าสุดก็มีกระแสข่าวที่พอเชื่อถือได้ว่า มันอาจจะได้รับการปรับปรุงใหม่หมดในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ และคาดว่าช่วงนั้น Honda อาจจะทำการปรับ Minor Change ให้กับ N-Box ในโอกาสเดียวกันนี้ แฟนๆ คงต้องมารอติดตามต่อไปว่าจะจริงเท็จแค่ไหน แต่ที่แน่คือ พวกเขาต้องทำอะไรซักอย่างก่อนที่มันจะสายเกินไป

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก bestcarweb.jp

Advertisement